รวบโชเฟอร์แท็กซี่ทิ้ง-ลักทรัพย์นักท่องเที่ยวอังกฤษ

23.01.18 | 12:58 น.

เมื่อวันที่ 23 มกราคม สภ.เมืองนครปฐมพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(รองผบช.ทท.) พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.ทท.3 พ.ต.ท.สืบศักดิ์ ผันสืบ สว.ส.ทท1 กก.1บก.ทท.3 และ ร.ต.อ.นิคม เขียวทอง รองสว.ส.ทท.1(กาญจนบุรี) พร้อมชุดสืบสวน ส.ทท.1.กก.1 บก.ทท.3 จับกุม นายสัญญา งามสิมะ อายุ 59 ปี สัญชาติไทย อยู่บ้านเลขที่ 415 พระรามที่ 2 ซ.43 แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. โดยกล่าวหาว่า 1.เป็นพนักงานประจำรถ กระทำการด้วยประการใดๆให้ผู้โดยสารต้องลงจากรถก่อนที่จะได้โดยสารถึงปลายทาง 2.เป็นรถโดยสารธารณะที่ต้องใช้มาตรวัดค่าโดยสารแต่ไม่ปฏิบัติตามให้เป็นไปตามกฎกระทรวงตามพ.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 และ3.ลักทรัพย์ผู้โดยสาร

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา น.ส.ลูซิดา เอ็มมา มัวร์ และ น.ส.ฮาร์ล็อตต์ เอพริล เบอร์ตัน-บาร์เกอร์ สองนักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษถูกแท็กซี่ทิ้งบริเวณ ปั้มแก๊ส ปตท. เอ็นจีวี พระประโทน จังหวัดนครปฐม จากการสอบถามรายละเอียดนักท่องเที่ยวทั้งสองคนทราบข้อมูลว่าได้เช่าแท็กซี่จากถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานครเพื่อมาท่องเที่ยวที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ในระหว่างเดินทางกลับจากตลาดน้ำดำเนินเข้าสู่กรุงเทพฯแท็กซี่ได้จอดแวะเติมแก๊สที่ปั้ม ปตท. เอ็นจีวี พระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ตนและเพื่อนได้ลงจากรถเพื่อสูบบุหรี่ ต่อมาแท็กซี่คันดังกล่าวขับออกไปและทิ้งตนและเพื่อนไว้ที่ปั้ม โดยภายในรถมีกระเป๋าสะพาย ซึ่งมีเงินสด จำนวน 6,000 บาท เงินสดสกุลยูเอสดอลล่าร์ จำนวน 200-300 ยูเอสฯ บัตรเครดิต จำนวน 4 ใบ และหนังสือเดินทาง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายในเวลาไม่นานได้มีเจ้าหน้าที่สายตรวจของ สภ.เมืองนครปฐมมาพบและแจ้งเหตุไปที่ศูนย์ 1155

“ได้สั่งการไปที่ชุดปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวนครปฐมและชุดสืบสวนให้ไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือนักเที่ยว และแนะนำให้นักท่องเที่ยวไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกันแท็กซี่คันดังกล่าว แต่นักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางกลับที่พักที่ถนนข้าวสาร เนื่องจากต้องเดินทางกลับประเทศอังกฤษในวันที่ 22 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจึงจัดหาแท็กซี่เพื่อให้นักท่องเที่ยวกลับที่พักและโดยสารไปกับแท็กซี่ด้วยเพื่อนำส่งนักท่องเที่ยวทั้งสอง อย่างปลอดภัย จนเป็นที่พอใจของนักท่องเที่ยว” รองผบช.ทท.กล่าว