หน้าแรก ในประเทศ ไม่ทำให้ผิดหว...

ไม่ทำให้ผิดหวัง! ‘ร.ร.เทพมิตร’ คว้าแชมป์ไทยแลนด์ลูกทุ่งคอนเทสต์ 2018 (ชมคลิป)

23.01.18 | 13:43 น.

จบลงไปแล้ว สำหรับการประกวด “ไทยแลนด์ลูกทุ่งคอนเทสต์ 2018”  ที่งานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬ ประจำปี 2561 เพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรางวัลเงินสดรวมกว่า 500,000 บาท ปรากฏว่า โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เป็นผู้คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง


หลังขับเคี่ยวกับวงดนตรีระดับแนวหน้าของประเทศอย่าง โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา, โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม อ.เมือง จ.นนทบุรี และโรงเรียนจ่านกร้อง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตลอดจนโรงเรียนบึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ที่ชิงชัยกับวงดนตรีภายในจังหวัดเพื่อเป็นตัวแทนของ จ.บึงกาฬ เข้าร่วมแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศนี้

 

 

Advertisement

 

ครูเทียม-ชุติเดช ทองอยู่ ครูสอนเต้นและนักออกแบบท่าเต้น กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับวงดนตรีลูกทุ่งเพื่อเข้าสู่สนามแข่งขันว่า ทุกคนมีโอกาสหมด แค่กล้าคิด กล้าทำ ส่วนเรื่องของการคาดหวัง ถ้าใครทำแล้วคาดหวังคนนั้นจะไม่สมหวัง แต่คนไหนทำโดยไม่คาดหวัง ทำเพื่อความสุข เพื่อมีเวทีแก่เด็กๆ มักจะประสบความสำเร็จ เพราะไม่กดดันตัวเอง

ใครที่คาดหวัง และทำวงให้เป็นที่ 1 ต้องชนะ ส่วนมากจะล้มเหลว เนื่องจากกดดัน แต่ใครทำแล้วให้เด็กมาใช้เวทีนี้ให้มีประสบการณ์เพื่อเดินต่อในสายบังคับวันข้างหน้า เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ตรงนี้น่ารักมาก เพราะทำให้วงนั้นไม่กดดัน ลดอุณหภูมิในการแข่งขันลง “แค่วันนี้ฉันจะทำให้ดีที่สุด”

“เรื่องทุกเรื่องถ้าคุณกล้าทำ ตั้งใจทำ แล้วใช้หัวใจวัดกับงาน ไม่ใช่รางวัลหรือตำแหน่ง หัวใจสำคัญที่สุดกับวงลูกทุ่งคือเป็นวงใหญ่ ทุกอย่างต้องจอยกัน ทั้งนักร้อง นักเต้น นักดนตรี ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกคนต้องสามัคคีกัน ครูว่าพลังต่างหาก บางวงนักร้องดีมาก แต่เต้นไม่ได้เรื่อง ดนตรีไม่ได้เรื่อง อันนั้นไม่เกิด แต่วงไหนนักร้องกลางๆ นักเต้นกลางๆ นักดนตรีกลางๆ กลับชนะ เพราะมันบาลานซ์ นั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ครูมองเห็นอยู่ สิ่งที่อยากจะบอกคือ กล้าคิด กล้าทำ และสิ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้นกับวงคุณ” ครูเทียมสรุป

ด้าน บาทหลวงทรงราชย์ ศรีระหงษ์ ผู้อำนวยการ และรองประธานกรรมการ โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ทางจังหวัดบึงกาฬเป็นผู้ติดต่อไปให้มาเข้าร่วมการแข่งขัน ประกอบกับทางโรงเรียนทำเรื่องดนตรีมานานแล้ว เรียกได้ว่าที่บึงกาฬเชิญไปในนามตัวแทนของแต่ละภาค ให้แต่ละภาคร่วมในงานเดียวกัน มาแสดงออกซึ่งมิตรภาพร่วมกันของแต่ละจังหวัด สอดคล้องกับชื่องานนี้เป็นงานยางพารา ซึ่งภาคใต้เองมียางพาราเยอะ แต่ไม่ได้มีงานใหญ่เช่นนี้ ตัดสินใจอยู่พักใหญ่เหมือนกัน เพราะว่าเดินทางไกล รวมถึงเรามีงานประกวดอีก 2-3 งาน แต่ก็ยินดีมา

“ตอนเด็กๆ ทราบว่าได้มาร่วมงานนี้เขาดีใจทุกครั้งที่เขาไปแข่ง เขาพร้อมแข่งเสมอ เพราะเราเตรียมตัวกันทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะเวลาไปแข่งแล้วถึงเตรียมตัว ทุกครั้งที่เขาออกมาแข่งขันเขาจะดีใจ แต่ในความดีใจก็ต้องเหนื่อยด้วย ทุกๆ เวทีมีเสน่ห์ต่างกัน รวมถึงปีนี้มีเด็กจบ ม.6 เยอะ เลยชวนเขามาเพื่อช่วยสร้างผลงาน ใช้เป็นโปรไฟล์ในอนาคต และหากถามว่าการเดินทางไกลขนาดนี้มีอุปสรรคไหม มีอยู่แล้ว เพราะเด็กเหนื่อย เรานั่งรถทัวร์มา แต่เรื่องค่าน้ำมันมีทางจังหวัดช่วยสนับสนุนด้วยส่วนหนึ่ง” บาทหลวงทรงราชย์กล่าว

 

 

นายรพีพัฒน์ คงคำ ครูผู้สอนการแสดงวงดนตรีลูกทุ่ง ร.ร.เทพมิตรศึกษา กล่าวว่า ขอขอบคุณจังหวัดบึงกาฬ และผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่เปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนได้แสดงศักยภาพ เมื่อได้ทราบผลแล้วรู้สึกดีใจมาก เพราะจังหวัดบึงกาฬก็เคยเป็นบ้านพี่เมืองน้องกันสมัยรุ่นที่มีหลี่ถัง (อดีตนักร้องนำ วงดนตรีลูกทุ่งโรงเรียนบึงกาฬ) ประกวด

ครั้งนี้รู้สึกปลื้มใจมาก เพราะนี่เป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่เวทีหนึ่งในระดับประเทศ พอได้มาสัมผัสแล้วรู้สึกว่าชาวบ้านที่นี่ชอบมาก แม้จะไม่รู้จักกัน เขาสามารถสื่อให้เรารู้ว่าคนบึงกาฬน่ารัก ปีหน้าจะกลับมาแน่นอน แต่ไม่ได้กลับมาทวงบัลลังก์ จะกลับมาเพื่อคนบึงกาฬ ส่วนแนวคิดหลักของโชว์วันนี้มาจากเรื่องคอสตูม การทำดนตรี เพราะครูดนตรีกับการทำโชว์เราต้องเตรียมงานร่วมกัน ต้องเอื้อกัน ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง เราประชุมกันทุกครั้งเมื่อมีงานออกมา ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ

“ในสายตาของผมที่เป็นครูดูแลเรื่องการแสดงและนักร้องทั้งหมด วันนี้เขาทำเต็มที่ที่สุดแล้ว เนื่องจากเดินทางไกลกว่า 1,400 กิโลเมตร ค่อนข้างเหนื่อยพอสมควร ใช้เวลาเดินทาง 2 วัน 1 คืน วันนี้ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว เพื่อให้คนจังหวัดบึงกาฬและพี่น้องต่างๆ ที่ดูไลฟ์สดได้ชม สำหรับปีหน้าถ้าได้มาจังหวัดบึงกาฬก็คงต้องเปลี่ยนการทำงานใหม่ เนื่องจากปีนี้มีเด็กจบการศึกษาหลายคน และจะมีเด็กรุ่นใหม่เข้ามาทดแทน เพราะฉะนั้นถ้าจะมาในปีหน้าอีกก็คงไม่ได้หวังผลรางวัล แต่มาเพื่อเรารักคนบึงกาฬ ส่วนผู้สนใจสามารถติดตามผลงานเด็กๆ ได้ที่เฟซบุ๊กโรงเรียนเทพมิตรศึกษา” นายรพีพัฒน์กล่าว

ในขณะที่ นางสาวอาทิตติยา ฉิมทับ หรือน้องแอน นักเรียนชั้น ม.6 ตัวแทนวงดนตรีลูกทุ่ง ร.ร.เทพมิตรศึกษา กล่าวว่า การแสดงในครั้งนี้เคยใช้แข่งขันในงานศิลปหัตถกรรม ในระดับเขตพื้นที่การศึกษามาก่อน เพื่อคัดเลือกผู้เข้ารอบไปชิงในระดับประเทศต่อไป แต่การมาแข่งขันที่บึงกาฬในครั้งนี้ มีการปรับเปลี่ยนฉากการแสดง และเพิ่มเติมในพาร์ตของเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งทุกคนซ้อมมาอย่างหนัก โดยใช้เวลาหลังเลิกเรียน

“ไม่กลัวเหนื่อย หากเหนื่อยมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ใจเรารักในทางนี้ และมีความสุขมากที่ได้ใช้เวลาร่วมกันกับทุกคนในวง ผูกพันเหมือนครอบครัว สนุกมากค่ะ”

นางสาวอาทิตติยากล่าวเสริมว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของทุกคนที่ได้มาเยือนจังหวัดบึงกาฬ และที่เลือกเข้าร่วมแข่งขันด้วยเพราะมองว่าในปัจจุบันเวทีแบบนี้ที่เปิดให้เด็กได้แสดงออก ได้แสดงความสามารถมีน้อย และไม่ค่อยมีแล้ว ภูมิใจมากที่ผู้จัดงานให้เกียรติโรงเรียนเทพมิตรได้เข้าร่วมแข่งขัน

“สำหรับรางวัลที่ได้รับในวันนี้ รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่ไม่ทำให้ทุกคนที่คอยติดตามอยู่ผิดหวัง และสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ออกเดินทาง เริ่มซ้อม กลายเป็นความจริง รู้สึกคุ้มค่ากับสิ่งที่ทุกคนตั้งใจและลงมือทำ ดีใจมากจริงๆ ค่ะ” นางสาวอาทิตติยากล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ เวลา 11.00 น. วันที่ 23 มกราคม นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธได้จัดงานเลี้ยงให้กำลังใจ เด็กเยาวชนผู้เข้าร่วมการแข่งขัน จัดการประกวด “ไทยแลนด์ลุกทุ่งคอนเทสต์ 2018” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา โดยผลการแข่งขันปรากฏว่า โรงเรียนเทพมิตรศึกษา อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และเกียรติบัตร, โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเกียรติบัตร, โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 80,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเกียรติบัตร และโรงเรียนจ่านกร้อง อ.เมือง จ.พิษณุโลก,โรงเรียนบึงกาฬ . อ.เมือง จ.บึงกาฬ ได้รับรางวัลชมเชย ได้รับเงินรางวัล 60,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเกียรติบัตร

นายพินิจ กล่าวว่า งานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬทางจังหวัดและผู้เกี่ยวข้องได้น้อมนำศาสตร์พระราชา น้อมนำแนวทางพระราชดำหริ ตามแนวคิดของงานที่ว่า “ศาสตร์พระราชารุ่งเรือง เมืองศูนย์กลางยางพารา เกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า เปิดประตูการค้าอินโดจีน” เป็นแนวทางชี้แนะประชาชนในการดำเนินชีวิตแบบเกษตรพอเพียง มีการจัดนิทรรศการซึ่งเป็นหัวใจของงานที่สำคัญ เป็นยุทธศาสตร์ของงาน นอกจากนี้เวทีการประกวด “ไทยแลนด์ลุกทุ่งคอนเทสต์ 2018” ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ

“สำหรับการแข่งขันผมรู้สึกประทับใจมากและคิดว่าเวทีแบบนี้ควรจะมีอีกเยอะๆ หลายจังหวัดเพราะทำให้เด็กมีโอกาสมีโอกาสได้มาประชันขันแข่ง ทำให้เกิดดาวดวงใหม่ขึ้นมา เมื่อคืนก็ได้เห็นความสามารถและการนำเสนอที่ยอดเยี่ยมมาก”