40 เหยื่อร้องดีเอสไอถูกหลอกลงทุนบ.เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ สูญ30 ล้าน ทวงคดีแชร์ยูฟัน

23.01.18 | 14:36 น.

เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย นำผู้เสียหายกว่า 40 คน ร้องพ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังจากลงทุนทำธุรกิจกับบริษัทแห่งหนึ่ง (โมเดส ประเทศไทย จำกัด) แต่ไม่ได้รับเงินปันผลตามที่ตกลงกันไว้ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท

นายกฤชนนท์ (สงวนนามสกุล) หนึ่งในผู้เสียหาย ระบุว่า บริษัทดังกล่าวมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ร่วมลงทุนในธุรกิจดังกล่าวได้ 1ปี โดยจ่ายเงินครั้งแรกเข้า 5 พันบาทแลกกับสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ อาทิอาหารเสริม ครีมอาบน้ำ ยาสีฟัน มาให้จำหน่าย และหากชวนคนมาสมัครเพิ่ม จะได้เงินปันผล15 เปอร์เซ็นต์จากยอดเงินตามที่ชวนลงทุน เป็นการขยายเครือข่าย ซึ่งในคราวแรกก็ได้เงินปันผลจริง แต่ภายหลังเริ่มไม่ได้ โดยในส่วนของตนนั้นรวมมูลค่าความเสียหาย 8แสนบาท จึงรวมตัวกันทวงถามทางบริษัทได้รับคำตอบว่าจะรับสินค้าคืนและทยอยคืนเงินโดยหักค่าดำเนินการ ต่อราย 5เปอร์เซ็นต์ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ และบริษัทได้ประชุมคอนเฟอร์เร้นท์มาว่าสิ้นเดือนนี้จะปิดสาขาที่ประเทศไทยและประเทศอื่นๆอีก 5 สาขา ทำให้กังวลว่าจะติดตามทวงเงินได้ยากขึ้น ทั้งนี้มีผู้เสียหายบางคนที่ลงเงินซื้อสินค้าไปแล้วแต่กลับไม่ได้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ตามที่ระบุไว้

พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่า จะรับเรื่องไว้ตรวจสอบ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีสินค้าและผลิตภัณฑ์จริง ก่อนรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการต่อไป นอกจากนี้นายสามารถ ได้นำผู้เสียหายที่ตกค้างจากกรณีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน มาร้องขอให้ดีเอสไอรับเรื่องทำสำนวนรอบ 2 กับผู้ที่ตกค้างอีกจำนวนมาก กว่าอีกหมื่นคน ตามจังหวัด และได้แจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุแต่กลับไม่มีความคืบหน้า โดยผู้เสียหายที่เดินทางมาร้องเรียนรายหนึ่ง ระบุว่า ได้กู้เงิน 11 ล้านบาท เพื่อมาลงทุน และส่วนสาเหตุที่ไม่ได้แจ้งความตอนที่มีการกวาดล้างในช่วงแรกนั้น เพราะ ทางแม่ข่ายยืนยันว่าจะคืนเงินให้อย่างแน่นอน และมีการข่มขู่ว่าถ้าหากไปแจ้งความจะมีการฟ้องร้องกลับไปยังผู้เสียหาย ทางผู้เสียหาย กลัวจึงหลงเชื่อ และรอนาน จนคิดว่าถูกหลอกจึงมาแจ้งความและอยากให้ ดีเอสไอ ตรวจสอบอีกครั้ง และได้นำข้อมูลแชร์ลูกโซ่ขายสินค้าประเภทยาขาว มาให้ข้อมูลพฤติการณ์หลวกลวง กับพ.ต.ท. ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเพิ่มเติม หลังก่อนหน้านี้ดีเอสได้รับเป็นคดีพิเศษแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้า พร้อมนำสินค้ามาให้ตรวจสอบเพิ่ม

นางสาวเอ(นามสมมุติ) ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าว่าถูกหลอกเมื่อ1 ปีที่ผ่านมาโดยมีการชักชวนผ่านทางเฟซบุ๊ค ให้ร่วมลงทุน และพาไปอบรม จากนั้นจะมีคนหว่านล้อมให้สมัคร ลงทุนครั้งแรกประมาณ 36,000 บาท โดยการันตีรายได้จะได้รับ 10,000 บาทต่อเดือนจากการขายสินค้า หลังจากนั้นได้ให้ผู้เสียหายเข้าไปฟังสัมมนาที่บริษัททุกวัน และบังคับชวนคนมาสมัครมาให้ได้มากที่สุด พร้อมบังคับให้สร้างโปรไฟล์หรู โดยถ่ายรูปคู่กับรถยนต์และเงินอ้างว่าเป็นรายได้จากการทำงาน แต่แท้จริงแล้ว กลับไม่ได้รับเงินตอบแทน ตนเองจึงหยุดทำต่อ

ภายหลังเริ่มมีผู้เสียหายบริษัทได้ปิดตัว และเปิดใหม่โดยเปลี่ยนชื่อแบรนด์ใหม่ นำไปหลอกประชาชนอีก โดยใช้รูปโฆษณา เป็นรูปเดิม จากแบรนด์ก่อนหน้านี้ ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย

Advertisement

พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่าสำหรับกรณีแชร์ยูฟัน ดีเอสไอจะประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตรวจสอบ และพิจารณา เพราะกรณีดังกล่าวได้มีการส่งสำนวนของล็อตก่อนหน้านี้ไปแล้ว รวมถึงมีการดำเนินการยึด อายัด ทรัพย์สินไปแล้วส่วนหนึ่ง แล้วนำไปคืนให้กับผู้เสียหายบางส่วนไปแล้ว