เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 23 มกราคม ที่สภ.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รองผบช.ภ.9 พร้อม พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ แสงสว่าง ผกก.สภ.ปาดังเบซาร์ พ.ต.ท.อดิศักดิ์ แกสมาน สว.สส.สภ.ปาดังเบซาร์ ร่วมกับ ตัวแทนฝ่ายปกครอง ทหาร ร้อย ร.5021 และ ปปส.ภาค 9 ได้ร่วมกันแถลงผลการตรวจยึดยาไอซ์ จำนวน 346 ห่อ น้ำหนัก 346 กิโลกรัม หลังได้ทำการตรวจยึดเอาไว้ได้ ขณะเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ปาดังเบซาร์ ได้ออกปฏิบัติการสืบสวนหาข่าวผู้กระทำความผิดและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด บริเวณถนนดินแดงเชื่อมต่อระหว่างถนนพาดทางรถไฟ-ถนนพลังพัฒนา 1 (ถนนเส้นหลัง สภ.ปาดังเบซาร์) หมู่ที่ 9 บ้านควนขันธ์ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา
พบรถยนต์กระบะ รถยนต์อีซูซุสีบรอนซ์เงินตอนครึ่ง หมายเลขทะเบียน ผท-9143 สงขลา ขับขี่มาในลักษณะต้องสงสัย จึงได้แสดงตัวและเรียกตรวจค้น แต่ปรากฏว่าคนขับได้เร่งเครื่องหลบหนี จึงได้ไล่ติดตามจนถึงบริเวณบ่อลูกรังหลังโรงเรียนปาดังติณสูลานนท์ หมู่ 9 บ้านควนขันธ์ จึงพบรถคันดังกล่าวถูกจอดทิ้งเอาไว้ จึงได้เข้าทำการตรวจค้น พบลังพลาสติกใส่ผลไม้วางอยู่หลังกระบะรถ และพบยาไอซ์ทั้งหมด บรรจุอยู่ภายในลัง ยาไอซ์ถูกบรรจุอยู่ในซองผนึกสุญญากาศสีเขียวอ่อนที่ซองบรรจุมีตัวพิมพ์ภาษาอังกฤษเขียนว่า GUANYINWANG โดยแยกบรรจุในลังพลาติกใส่ผลไม้จำนวน 16 ลัง ส่วนผู้ขับขี่ได้หลบหนีไป โดยของกลางทั้งหมดนั้นมีมูลค่ากว่า 300 ล้านบาทและจะมีค่าเพิ่มสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัวหากสามารถนำส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ตำรวจภูธรภาค 9 ได้ทำการตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนัก 150 กก. มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ ขณะพักยาและรอส่งให้ลูกค้าและส่งประเทศที่ 3 เชื่อว่าเป็นยาไอซ์จากแก๊งเดียวกัน
พล.ต.ต.ดาวลอย กล่าวว่า ยาไอซ์ทั้งหมด เชื่อว่ามาจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยที่มีเครือข่ายกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการตรวจยึดยาไอซ์ลักษณะเดียวกันมาก่อนแล้ว โดยเชื่อว่าเป็นแก๊งเดียวกัน ซึ่งได้มีการจับกุมเครือข่ายนี้ไปได้แล้วหลายราย ซึ่งในการลำเลียงยานั้น มีการทำเป็นขบวนการ ทำให้สามารถหลบเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่มาได้
สำหรับยาไอซ์ล๊อตนี้นั้น เจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นยาไอซ์ที่ถูกนำมาเพื่อที่จะพักเอาไว้ รอส่งไปยังประเทศที่ 3 เพื่อเพิ่มมูลค่าแต่เมื่อพบเจ้าหน้าที่ จึงได้ทิ้งรถและของกลางเพื่อหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้เข้าเก็บหลักฐานรอยนิ้วมือและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดของตัวรถ ซึ่งขณะนี้รู้ตัวเจ้าของรถ รวมถึงผู้ขับขี่แล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนาทวี


