เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผอ.ศปจร.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ฐานะหน.ศปจร.น. รองผบก.น.1-9 รองผบก.สปพ. รองบก.จร. ร่วมกับ นายวาสิต ล่ำซำ ประธานคณะกรรมการประกันภัยรถยนต์ สมาคมประกันวินาศภัยไทย นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการสมาคมประกันวินาศภัยไทย ร่วมทำบันทึกข้อตกลงเปิดโครงการประกาศสืบจับตาม ปฏิทินหมายจับ The Most Wanted 2018 by ศปจร.น. มอบเงินจำนวน 1,400,000 บาท เพื่อประชาชนเป็นผู้แจ้งเบาะแสจับกุมในการทำผิดโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์
พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อการป้องกันและลดคดีอาชญากรรมประเภทการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตลอดจนพัฒนาความมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมประเภทดังกล่าว เพื่อป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดหลบหนีจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม หมายจับดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์มีทั้งหมด 600 หมายจับ จึงได้มีการคัดเลือกหมายจับที่มีความสำคัญจำนวน 60 หมายจับก่อเหตุซ้ำซากยากต่อการจับกุมในพื้นที่ทั่วประเทศ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสเพื่อดำเนินการจับกุม ตั้งแต่ตนเป็นรองผบช.น. ได้มีการดำเนินการดังกล่าว ทางพล.ต.ต.ภาณุรัตน์ มีการนำกลับมาใช้ใหม่ ถือว่าการโจรกรรมรถยนต์เป็นปัญหาสังคมกว่าพี่น้องประชาชนจะได้รถมาสักหนึ่งคันถือเป็นเรื่องยาก สร้างความเสียหายต่อความรู้สึกเสียหายต่อด้านเศรษฐกิจ

ด้าน พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้สนับสนุนเงินรางวัล จำนวน 1,400,000 บาท ให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสเมื่อสามารถจับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวการโจรกรรมรถยนต์รายสำคัญ ตามประกาศสืบจับ จำนวน 60 ราย จากหมายจับกว่า 600 หมายจับ โดยแบ่งตามระดับความรุนแรงของการกระทำความผิด ออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ผู้กระทำความผิดที่มีลักษณะเป็นรูปแบบองค์กรหรือขบวนการเงินรางวัลรายละ 50,000 บาท จำนวน 10 ราย รองลงมากลุ่มที่ 2 ผู้กระทำความผิดที่มีอัตราโทษสูงและเป็นที่ต้องการตัวเงินรางวัลรายละ 30,000 บาท จำนวน 20 ราย และกลุ่มที่ 3 ผู้กระทำความผิดก่อเหตุซ้ำซากโดยมีการใช้องค์ความรู้เฉพาะด้านเงินรางวัลรายละ 15,000 บาท จำนวน 20 ราย ทางบช.น.จะดำเนินการติดประกาศสืบจับดังกล่าวจะดำเนินการไปทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อขอความร่วมมือจากภาคประชาชนเพื่อช่วยสอดส่องดูแลและแจ้งเบาะแสผู้ต้องหาดังกล่าว หากพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสและขอรับเงินรางวัลได้ที่ ศปจร.น.ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. 2561 ถึง วันที่ 31 ก.ย. 2561 ต่อไป
ด้านนายวาสิต กล่าวว่า ปัญหาการโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์ดังกล่าวทำลายภาวะเศรษฐกิจสังคมโดยรวม แต่ละมีปีมีรถหายประมาณ 2,000 คัน นอกจากนั้นยังมีรถที่กระทำความผิดอีกเป็นจำนวนมาก ทางสมาคมวินาศภัยไทยมีส่วนร่วมในการป้องปรามกลุ่มที่มีโอกาสหาช่องทางในการกระทำผิดลดลงได้ เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีศักยภาพในการดำเนินการดังกล่าวอยู่เราอยากทำให้เกิดการดำเนินการดังกล่าวอย่างจริงจังโดยให้ประชาชนมีการแจ้งเบาะแสเข้ามาทำให้การจับกุมมีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น


