เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) ถนนแจ้งวัฒนะ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเนื่องในวันครบรอบ 10 ปี ป.ป.ท. โดยมี พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาการ เลขาธิการ ปปท. พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับ

นายวิษณุ กล่าวเปิดงานและมอบนโยบายเนื่องในวันครบรอบ 10 ปี ป.ป.ท.มีสาระสำคัญว่า การครบรอบ 10 ปี หรือ 1 ศตววรษ คือการทบทวนความสำเร็จ ความล้มเหลว จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องทบทวนบทบาทในส่วนนี้ว่ามีอะไรต้องแก้ไขหรือไม่ นโยบายการทำงานในปีที่ 11 และปีต่อๆ ไป ต้องยึดว่า “โกงเก่าหมดไป โกงใหม่ต้องไม่มี” การทำงานของหน่วยงานนี้อาจไม่ราบรื่นมีการปรารภนินทา ไม่ใช่เพราะเหนื่อยหน่ายกับ ป.ป.ท.แต่เพราะทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นหรือไม่ จนมีการเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนว่าจะเป็นต้องมี ป.ป.ท.อีกไหม ยืนยันว่ายังไงก็ต้องมี ป.ป.ท.ต่อไป ขอให้นำบทเรียน 10 ปีที่ผ่านมานำมาใช้ปรับปรุงและทำตัวให้เข้มแข็ง
นายวิษณุ กล่าวว่า ป.ป.ท.ควรมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของบุคลากร พัฒนาทัศนคติอุทิศตัวมุ่งมั่นยืนหยัดการทำงาน ผลิตคนดีเพื่อเป็นแบบอย่างรุ่นต่อๆไป และการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการ ป.ป.ท.จะเป็นแบบอย่างความโปร่งใส สุจริต และเชื่อว่าจะมีหน่วยงานอื่นเริ่มทำตามแน่นอน ทั้งนี้ ป.ป.ท.ต้องสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนและสังคมด้วย โดยให้ยึดหลักทำงาน” เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9
“อยากให้ ป.ป.ท.สร้างความรับรู้ และต้องเปิดเผยข้อมูลคดี สถิติ กลโกงทุจริต ให้สังคมรับทราบ เพื่ออุดช่องว่าง ดังนั้น ป.ป.ท.เป็นกลไกสำคัญในการปราบปรามทุจริต หรือเรียกกันว่า ป.ป.ช.น้อยด้วยซ้ำ” รองนายกฯ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับการทำงานของ ป.ป.ท.ทราบว่าตอนนี้มีเรื่องค้างกว่า 10,000 เรื่อง หมายความว่ามีเรื่องร้องเรียนมาตลอด โดยเฉลี่ยมีคดีเข้ามาต่อปีประมาณ 3,000 เรื่อง ทำสำเร็จแล้วร้อยละ 30 ดังนั้น ป.ป.ท.ต้องปรับบทบาทให้เข้มแข็งกับปีต่อๆ ไปที่อาจหนักหน่วงขึ้น ที่ผ่าน ป.ป.ท.ช่วยลดภาระงานของ ป.ป.ช.ได้มาก และช่วยเป็นหูเป็นตาเรื่องการทุจริตและทำได้ดีด้วย
“ส่วนตัวเชื่อว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ป.ป.ท.ไม่มีเรื่องติฉินนิทาหรือเรียกรับสินบน และไม่ว่ารัฐบาลใดเข้ามาก็ต้องปราบปรามการทุจริต มองผิวเผินอาจเป็นอาชญากรรมธรรมดา แต่บอกเลยว่าไม่ธรรมดา ยิ่งในยุคโลกาภิวัตน์การทุจริตจะส่งผลกระทบต่อประเทศ ความมั่นคง และเกิดความเหลื่อมล้ำ เภทภัยจากการทุจริตคอร์รัปชั่นมากมาย แม้ว่าตอนนี้เราจะมีหน่วยปราบปรามทุจริตอย่าง ป.ป.ท. ป.ป.ช. สตง. และศอตช.ก็ตาม” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
ด้าน พ.ท.กรทิพย์ กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ป.ป.ท.มีการรับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด30,000คดี พิจารณาเรื่องร้องเรียนกล่าวหาแล้วเสร็จ 19,043 คดี รับไว้ดำเนินการไต่สวนไปแล้ว 3,900คดี คณะกรรมการ ป.ป.ท.วินิจฉัยชี้มูลความผิดแล้วเสร็จ 696 คดี และศาลพิพากษาแล้ว 21 คดี ทั้งหมดทาง ป.ป.ท.จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเกิดประสิทธิภาพที่สุด ตามนโยบายของ นายวิษณุ โดยจะสร้างความตระหนักรู้กับสังคมและประชาชนต่อไป

