เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผบช.น. ฐานะหัวหน้าคณะกรรมการพิจารณาการกลั่นกรองการสั่งปิดสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการที่มีการกระทำผิดตามคำสั่งคสช.ที่ 22/2558 และคำสั่งคสช.ที่ 46/2559 ว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครจากการสำรวจมีสถานบริการที่ได้รับใบอนุญาตทั้งหมด 364 แห่ง เป็นสถานบริการประเภทอาบอบนวด 82 แห่ง จากการตรวจสอบสถานบริการประเภทอาบอบนวดจำนวน 82 แห่งมีใบอนุญาตครบถ้วน โดยจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 30 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เวลา 10.00 น. ต่อไป เพื่อพิจารณาสถานบริการที่ไม่ได้รับอนุญาตทั้ง 12 แห่ง ได้แก่ 1.ร้านแวมไพร์คาราโอเกะ 105 พื้นที่สน.ปทุมวัน 2.ร้านเสเฮฮา พื้นที่สน.วังทองหลาง 3.ร้านเจี๊ยบคาราโอเกะ พื้นที่สน.บางกอกน้อย 4.ร้านมอนติคาร์โล พื้นที่สน.โชคชัย 5.ร้านบางกอกใหญ่บาร์ พื้นที่สน.บางกอกน้อย 6.ร้าน DE-CREE48 พื้นที่สน.บางยี่เรือ 7.ร้านMORE พื้นที่สน.บางยี่เรือ 8.ร้านคลับฟายเดย์ พื้นที่สน.หลักสอง 9.ร้านเดอะฟิกบาร์ พื้นที่สน.ประเวศ 10.ร้านน้องหนึ่งคาราโอเกะ พื้นที่สน.ราษฎร์บูรณะ11.มูดดี้ส์ บาร์ พื้นที่สน.ราษฎร์บูรณะ 12.ร้านสุราบาร์พาร์ตี้ บายเมาสันติ พื้นที่สน.ภาษีเจริญ ว่าจะเข้าข่ายถูกสั่งปิดหรือไม่ โดยจะเสนอเรื่องให้ทาง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น.พิจารณา ก่อนส่งให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้มีอำนาจในการสั่งปิดสถานบริการนั้น คือ ผบ.ตร. หรือรองผบ.ตร.ที่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นผู้อนุมัติสั่งปิดดสถานบริการดังกล่าว
ทั้งนี้ ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่รับผิดชอบสถานบริการดังกล่าวทั้ง 12 แห่ง โดยให้ผู้บังคับการในพื้นที่รับผิดชอบเป็นหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวว่ามีข้อบกพร่องหรือปล่อยปละละเลยเพิกเฉยหรือไม่ ภายหลังจากที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) ได้เข้าดำเนินการตรวจสอบและจับกุมสถานบริการตั้งแต่เมื่อเดือตุลาคม-พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยให้ทราบผลการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน

