กรมอุทยานฯ-พสกนิกร ปีติ เนื้อทรายทรงปล่อยที่ทุ่งกะมัง ขยายพันธุ์กว่า 200 ตัว

25.01.18 | 19:31 น.

กรณีที่กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม จะดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 บริเวณเส้นทางระหว่างหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ถึง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ซึ่งจะผ่านกลางอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อกลุ่มป่า น้ำหนาว ภูเขียว ซึ่งเป็นกลุ่มป่าขนาดใหญ่เชื่อมป่าอนุรักษ์ต่อกัน 8 พื้นที่ ประกอบด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภูเขียว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าผาผึ้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์กระบอกห้วยใหญ่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน และอุทยานแห่งชาติภูกระดึง พื้นที่รวมกันไม่ต่ำกว่า 3 ล้านไร่ โดยกรมทางหลวงจะให้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 เพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อม ต่อระหว่างภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และมีเป้าหมายจะเชื่อมต่อ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยมีทางเริ่มต้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ถึง จ.มุกดาหาร ทั้งนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯรวมทั้งเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ให้กรมทางหลวงขอทบทวนเส้นทาง และทางเลือกอื่นที่จะไม่ให้ตัดผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว และกลุ่มป่าภูเขียวน้ำหนาว เพื่อลดผลกระทบต่อสัตว์ป่า ที่มีชุกชุม ทั้งช้าง กระทิง ที่สำคัญมีเนื้อทราย ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนที่มีมากที่สุดในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 25 มกราคม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ให้สัมภาษณ์ว่า ล่าสุดในที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และได้หารือกันถึงเรื่องนี้ โดย พล.อ.ประวิตร รวมทั้งกรรมการอีกหลายคนไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ และให้กรมทางหลวงไปศึกษาเส้นทางใหม่ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อป่าไม้ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้น เพราะเป็นพื้นที่้ที่มีความอ่อนไหว และอาจจะได้รับผลเสียไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่จะได้รับมา

นายธัญญา กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ นส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) นำทีมสื่อมวลชนสายสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเกี่ยว เพื่อดูเรื่องการดูแลจัดการสัตว์สัตว์ป่าในพื้นที่ ทั้งนี้ได้เข้าไปพื้นที่ทุ่งกะมัง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสัตว์ป่าค่อนข้างหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะเนื้อทราย ที่จะออกมาเล็มหญ้ากลางทุ่ง โดยในขณะนี้สำรวจพบว่ามีเนื้อทรายมากกว่า 200 ตัว จากเดิมเมื่อประมาณ 30 ปีก่อนหน้านี้ เนื้อทรายในประเทศไทยอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ สัตว์ป่าเฉพาะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวนั้น มีช้างกว่า 150 ตัว มีร่องรอยของเสือโคร่ง และเสือดาว รวมทั้งมีสัตว์อื่นๆ เช่น กระทิง กว่า 100 ตัว กวาง เก้ง ที่สำคัญ มีเนื้อทราย สัตว์ป่าคุ้มครองที่เคยสูญพันธุ์ไปแล้วกระจายอยู่ในกลุ่มป่าภูเขียว น้ำหนาว มากกว่า 200 ตัว

Advertisement

นายธัญญา กล่าวว่า สำหรับเนื้อทราย และสัตว์ป่าหลายร้อยตัว ที่อยู่ในพื้นที่ทุ่งกะมังนั้น เวลานี้ ส่วนหนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงปล่อยจำนวน 4 ตัว และทรงปล่อยกวาง 2 ตัว เมื่อวันที่ 20-21 ธันวาคม 2526 ถือเป็นประวัติที่พระองค์เสด็จปล่อยเนื้อทรายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ และเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปเป็นประธานพิธีทรงปล่อยสัตว์ป่าที่ทุ่งกะมัง ในวันอิสรภาพสัตว์ป่าไทย” โดยทรงปล่อย เนื้อทราย 6 ตัว, กวาง 6 ตัว, เก้ง 5 ตัว, ไก่ป่า 23 ตัว, ไก่ฟ้าพญาลอ 5 ตัว, ไก่ฟ้าหลังขาว 8 ตัว, นกยูงไทย 2 ตัว และนกชนิดอื่นๆจานวน 254 ตัว และ ในระหว่างวันที่ 21-22 ธันวาคม 2535 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรมที่ทุ่งกะมังอีกครั้ง เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานของโครงการสวนสัตว์ธรรมชาติภูเขียว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการนี้กองทัพภาค 2 และกรมป่าไม้ ได้มีโครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 5 รอบ โดยพระองค์ทรงปล่อยสัตว์ป่าจำนวนทั้งหมด 89 ตัว เป็นเนื้อทราย 10 ตัว, เก้ง 10 ตัว, กวาง 5 ตัว, นกแว่นสีเทา 20 ตัว. ไก่ฟ้าหลังขาว 19 ตัว, ไก่ฟ้าพญาลอ 19 ตัว และนกยูงอีก 15 ตัว

“ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง โดยทุกวันนี้ เนื้อทรายและสัตว์ป่าที่ทุกพระองค์ทรงปล่อยในวันนั้น ได้ขยายพันธุ์เจริญเติบโต และขยายพันธุ์จากเดิมที่เนื้อทรายอยู่ในสถานะที่ใกล้สูญพันธุ์ แต่วันนี้เนื้อทรายในทุ่งกะมังได้เพิ่มจำนวนมากกว่า 200 ตัวแล้วในเวลานี้ ส่วนหนึ่งเพราะความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่า แหล่งน้ำและอาหาร รวมทั้งการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ในการช่วยดูแล”นายธัญญา กล่าว