ค้น10จุดแก๊ง4พี่น้อง ปลอมลอตเตอรีรางวัลที่1 ยึดสร้อย แหวน พระเลี่ยมทองนับล้าน

25.01.18 | 19:54 น.

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 25 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) สั่งการให้พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผบช.ก. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. และพ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.3 บก.ป. อำนวยการสั่งการให้พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล และพ.ต.ท.อนุชา ธนอุดม รองผกก.3 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ง. รวม 60 นาย บุกเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 10 จุดในพื้นที่ กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ อยู่ในเครือข่ายแก๊งพี่น้องพุ่มกระจันทร์ คือ นายเสนาะ พุ่มกระจันทร์ อายุ 51 ปี นายโกวิท พุ่มกระจันทร์ อายุ 48 ปี และนายสุทธิศักดิ์ ธรรมสังวาล แก๊งปลอมลอตเตอรีรางวัลที่ 1 หลอกขายเหยื่อ เพื่อตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้จากการหลอกผู้เสียหายในคดีดังกล่าว

โดยผลปฏิบัติสามารถตรวจยึดทรัพย์สินชนิดต่างๆ อาทิ สร้อยคอทองคำ พระเลี่ยมทอง แหวนทองคำ และนาฬิกา มูลค่ากว่า1ล้านบาท ที่กลุ่มผู้ต้องหานำไปจำนำเอาไว้กับเป้าหมาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ปปง. ได้ตรวจยึดเอาไว้เป็นของกลาง พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงินกับกลุ่มผู้ต้องหาด้วย

พ.ต.ท.วิวัฒน์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้บก.ป.ต้องใช้เวลาประมาณ 5 เดือน ออกสืบสวนและหาเบาะแส จนสามารถจับกุม นายเสนาะ และนายโกวิท ได้ที่ห้องเช่า ในจ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังจับกุมนายสุรพล เสือพาย และนายสุทธิศักดิ์ ธรรมสังวาล ที่อยู่ในเครือข่าย ขณะนี้เหลือเพียงนายฉัตรเกียรติ พุ่มกระจันทร์ อายุ 52 ปี ที่ยังหลบหนี ทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน ที่ร่วมกับเครือข่ายที่มีอยู่ประมาณ 20 คน ออกตระเวนหลอกเหยื่อไปทั่วประเทศ

Advertisement

พ.ต.ท.วิวัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนวิธีการตุ๋นเหยื่อของคนร้ายแก๊งนี้จะใช้วิธีปลอมสลากกนิแบ่งรัฐบาล โดยใช้วิธีการตัดแปะเลขลอตเตอรี เพื่อทำให้เป็นเลขถูกรางวัลที่ 1 แล้วไปถ่ายเอกสารสี เพื่อให้ดูเหมือนจริง จะเลือกเหยื่อที่มีอายุมาก หรือข้าราชการวัยเกษียน ส่วนใหญ่สายตาจะไม่ค่อยดี มองอะไรไม่ค่อยเห็น ที่สำคัญคือพักอาศัยอยู่คนเดียว โดยเลือกจากหมายเลขโทรศัพท์ในป้ายประกาศขายที่ดิน หรืออสังหารริมทรัพย์ เมื่อเลือกเหยื่อได้แล้ว กลุ่มคนร้ายได้แบ่งงานกันทำครั้งละ3-5คน โดยมีผู้ที่รับบทบาทเป็น “เสี่ย” มาพร้อมลูกน้องคนสนิท ทำทีเข้าไปติดต่อเหยื่อเพื่อสอบถามหาซื้อที่ดิน ก่อนจะขอให้ฃ่วยพาไปดูที่ดินดังกล่าว

พ.ต.ท.วิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ระหว่างที่พาเหยื่อไปดูที่ดิน จะมีคนร้ายรับบทเป็นคนต่างด้าว ถูกรางวัลที่1 แต่ไม่สามารถไปขึ้นเงินเองได้ เพราะไม่มีบัตรประชาชน จะเดินมาเจอเหยื่อโดยบังเอิญ ก่อนเสนอขายลอตเตอรีที่ถูกปลอมมาแล้วในราคาไม่กี่แสนบาท หรือไม่ก็แลกกับทรัพย์สินต่างๆราคา 1 แสนบาท- 2 ล้านบาท จังหวะนี้คนร้ายที่รับบทเป็นเสี่ยจะชักชวนเหยื่อให้ร่วมลงทุนซื้อลอตเตอรีด้วยกัน หลังจากเหยื่อมอบเงินหรือทรัพย์สินให้แล้ว จะลวงเหยื่อไปปล่อยทิ้งกลางทาง แล้วพาหลบหนีไป มูลค่าความเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท เพราะคนร้ายเริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2542

พ.ต.ท.วิวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากลุ่มผู้ต้องหาถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้ง แต่ขณะนั้นยังเป็นความผิดเพียงฐานฉ้อโกง บางครั้งคดียอมความกันได้ ก่อนออกมาร่วมกันก่อเหตุอีก เมื่อถูกจับกุมก็ไม่เข็ดหลาบ ทางพล.ต.ท.ฐิติราช จึงสั่งการให้ประสานเจ้าหน้าที่ปปง. แจ้งความผิดฐาน ฉ้อโกงจนเป็นกิจธุระ ที่เข้าข่ายฐานซึ่งเป็นมูลความผิดตามพ.ร.บ.ฟอกเงิน และเข้ายึดทรัพย์สิน พร้อมกับเอาผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงและความผิดร่วมกันฟอกเงิน จึงได้ส่งกำลังติดตามตรวจ ยึดทรัพย์สินต่างๆ ที่เชื่อได้ว่าน่าจะได้มาจากการทำความผิดดังกล่าวด้วย