ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน โดยมีหลักฐานข้อความสนทนาแชตไลน์ เรียกกันและกันว่าที่รักและเมียจ๋า กระทั่งสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 มีคำสั่งย้ายด่วนให้ ผอ.โรงเรียนไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ พร้อมตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งผลของการสอบสวนปรากฏว่ามีมูลความจริงที่ ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าวมีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิง อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 จึงได้เตรียมส่งเรื่องรายงานให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมาทราบนั้น
ล่าสุด วันที่ 26 มกราคม 2561 นายสุวิทย์ ศรีฉาย รักษาราชการแทนศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี ผอ.โรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ซึ่งวันนี้ตนก็ได้รับรายงานว่าผลของการสอบสวนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือมีมูลความจริงว่า ผอ.คนดังกล่าวมีพฤติกรรมไปในทางเชิงชู้สาวกับเด็กหญิงอายุ 14 ปีจริง
ดังนั้น ทางคณะกรรมการสอบสวนจึงกำลังส่งเรื่องมารายงานให้ตนทราบอย่างเป็นทางการวันนี้ และขณะเดียวกันก็ได้รายงานไปถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทราบแล้ว โดยเบื้องต้นจะสั่งพักราชการ ผอ.ฉาวคนดังกล่าวไว้ก่อนตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป จนกว่าจะสอบสวนทางวินัยเสร็จสิ้น หลังจากนั้นก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงระดับจังหวัด โดยมีข้าราชการระดับสูงกว่าผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นประธานฯ เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเอาผิดทางวินัยร้ายแรงที่มีโทษถึงขั้นปลดออกหรือไล่ออกจากราชการต่อไป
ทั้งนี้ สาเหตุที่ยังไม่ได้ไล่ออก เพราะต้องรอให้ผลสอบสวนปรากฏชัดเจนก่อนตามระเบียบของทางราชการ เนื่องจากถ้าผลการสอบสวนแล้วไม่มีความผิดทางวินัยร้ายแรงจะได้มีตำแหน่งเดิมรองรับอยู่ ส่วนระยะเวลาของการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงนั้นมีระยะเวลาไม่เกิน 120 วัน แต่เนื่องจากคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศ ทางคณะกรรมการสอบสวนจะได้เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องนี้ถือว่าเป็นความผิดที่ร้ายแรงมาก โดยเฉพาะกรณีเป็นครู แล้วยังเป็นระดับผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย ซึ่งต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้ครูน้อยได้ปฏิบัติตาม อีกทั้งกรณี ผอ.โรงเรียนคนนี้ยังเคยมีการกระทำอนาจารกับนักเรียนหญิงที่โรงเรียนเก่ามาแล้วด้วย ยิ่งทำให้เสื่อมเสียต่อวงการการศึกษาของจังหวัดนครราชสีมาเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ตนก็อยากจะให้สังคมมองว่าเรื่องนี้เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ครูที่ดีก็มีอยู่จำนวนมากแต่ไม่ค่อยเป็นข่าว เมื่อมีข่าวครูที่ทำตัวไม่ดีขึ้นมาแค่คนเดียวก็ทำให้ปลาเน่าไปทั้งบ่อ จึงอยากให้สังคมอย่าเหมารวมกัน เพราะจะทำให้ครูที่ทำดีอยู่แล้วหมดกำลังใจได้

