ตร.แจงคลิปอ้างสายสืบ โบกรถขู่ทำร้ายชาวบ้าน ไม่ใช่ตำรวจ ผบ.ตร.สั่งติดตามตัวดำเนินคดี

28.01.18 | 11:04 น.
เครดิตภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก "เสี่ยมอส ซุ้มบิ๊กสุรินทร์"

เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่มีการแชร์คลิปในโลกโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบโบกรถแล้วสุ่มตรวจชาวบ้านที่ขับรถสัญจรผ่านไปมา ในลักษณะพูดจาข่มขู่และทำร้ายร่างกาย ในพื้นที่ ต.นอกเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ ว่าได้รับรายงานจาก สภ.เมืองสุรินทร์ ว่า จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอดังกล่าวเบื้องต้นพบว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 61 เวลาประมาณ 16.00 น. บริเวณหนองน้ำบ้านเสม็ด ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งบุคคลทั้งสองที่ปรากฏตามคลิปดังกล่าวเป็นประชาชนธรรมดา มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านตะตึงไถง ม.5 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ ทหารแต่อย่างใด และจากการสืบสวนทราบว่าบุคคลทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป มีพฤติการณ์ชอบออกตระเวนไปดื่มสุรากับเพื่อนฝูง เมื่อเมาแล้วมักจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับเพื่อนบ้านและบุคคลรอบข้างอยู่เป็นประจำ

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการประสานผู้เสียหายมาร้องทุกข์ดำเนินคดี ในวันนี้ (28 ม.ค.61) แล้ว และจัดชุดสืบสวนออกติดตามตัวบุคคลทั้งสองมาดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดเบื้องต้นฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการ โทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รองโฆษก ตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประพฤติปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดและปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย และการปฏิบัติตัว พูดจา กับประชาชนอย่างสุภาพ สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยึดถือปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวได้อย่างเคร่งครัด สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและความเชื่อมั่นต่อประชาชน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นิ่งนอนใจอยู่แล้ว โดยจะเร่งรัดติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความชอบธรรมและข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวให้ปรากฏขึ้น หากมีความคืบหน้าประการใดจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป