ตำรวจโคราชจัดชุดไล่ล่ามือปืนฆ่า “เสี่ยคิม” คาดยังหลบหนีไปไม่ไกล ถ้าขัดขืนการจับกุมก็พร้อมตอบโต้

28.01.18 | 13:37 น.

จากกรณีคดีคนร้ายดักซุ่มใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงถล่ม นายวีระชัย ล้ออริยธนโชติ หรือ “เสี่ยคิม” อายุ 41 ปี นักธุรกิจชื่อดังของบัวใหญ่ รวม 7 นัด กระสุนถูกศีรษะและลำตัว ขณะกำลังขับรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว 4 ประตู ทะเบียน ขท 8925 นครราชสีมา พร้อมแฟนสาว มาตามถนนบายพาส เขตตัวเมืองบัวใหญ่ ก่อนถึงบ้านพักประมาณ 200 เมตร หลังเกิดเหตุแฟนสาวเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยพาส่งโรงพยาบาลบัวใหญ่ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดบัวใหญ่ได้ออกหมายจับมือปืนที่ลั่นไกคือ ดาบตำรวจพลศักดิ์ชัย หรือ นายทรงพล ศรีบุญเรือง อายุ 44 ปี อดีตตำรวจชุดสืบสวน สภ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยสาเหตุเกิดจากความแค้นส่วนตัวมีการฟ้องร้องกันจนทำให้ ด.ต.พลศักดิ์ชัย ถูกไล่ออกจากราชการเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา

วันที่ 28 มกราคม พ.ต.อ.คารม บุญสด ผกก.สภ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า จากการที่ตำรวจได้ตรวจยึดรถของผู้ต้องหาที่ใช้เป็นพาหนะในวันก่อเหตุและเก็บหลักฐานต่างๆ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งตนมั่นใจว่าคนร้ายน่าจะยังหลบหนีไปไม่ไกลขณะเดียวกันชุดสืบสวนตำรวจ สภ.บัวใหญ่ได้ประสานงานกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 และชุดสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาเพื่อกดดันติดตามจับกุมตัวคนร้ายอย่างไม่ลดละ

พ.ต.อ.คารม กล่าวต่อว่า พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.นครราชสีมาได้กำชับให้ตำรวจทุกนายใช้ความรอบคอบและระมัดระวังในการทำงานเนื่องจากคนร้ายเป็นอดีตตำรวจและพกพาอาวุธติดตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถ้ามีการขัดขืนหรือต่อสู้ก็ให้ทุกคนเตรียมพร้อมตลอดเวลา อย่าได้ตั้งอยู่บนความประมาท ทั้งนี้ ตนเองในฐานะผู้บังคับบัญชาของตำรวจ สภ.บัวใหญ่ ยืนยันว่าถึงแม้มือปืนจะเป็นอดีตตำรวจชุดสืบสวนสภ.บัวใหญ่ก็ไม่ได้มีผลต่อการทำงานของตำรวจ สภ.บัวใหญ่แต่อย่างใด ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดไม่มีการละเว้น ทางที่ดีผู้ต้องหาควรเข้ามอบตัวสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมจะดีกว่าเพื่อป้องกันการสูญเสีย