จากกรณีที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ร่วมกับตำรวจบก.ปทส. บุกตรวจวัดค่าน้ำในโคปาคาบาน่า อาบอบนวด ซอยอินทามระ 45 พบมีการลอบขุดบ่อบาดาลจำนวน 2 จุด จากการใช้เครื่อวัดคุณภาพน้ำ EC/TDS มาตรวจวัดค่าเหนี่ยวนำไฟฟ้าพบว่ามีค่าสูงเกินมาตรฐานน้ำประปา น้ำซึ่งทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเตรียมแจ้งข้อหาเอาผิดกับผู้ประกอบการ ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 28 มกราคม พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รองผบก.ปทส. เผยว่า ขณะนี้ต้องรอผลการตรวจหาแร่ธาตุในน้ำว่าน้ำที่ใช้ในสถานบริการในเครือเดอะลอร์ด กรุ๊ป ของ น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ ที่ได้เข้าตรวจสอบว่าน้ำที่ใช้นั้นมาจากแหล่งใด โดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สน.สุทธิสาร ซึ่งเป็นสน.ท้องที่ และที่บก.ปทส.ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 มกราคม แล้ว ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้นำตัวอย่างน้ำเข้าห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจสอบอย่างเร่งด่วนเพื่อจะได้ผลที่ชัดเจน แต่ด้วยจำนวนคนที่น้อยจึงต้องรอผลแจ้งอีกทีซึ่งคาดว่าจะได้ผลตรวจภายในสัปดาห์นี้ ส่วนทางบก.ปทส. เมื่อได้ผลตรวจมาก็จะนำไปเปรียบเทียบกับใบประกอบอนุญาตประกอบกิจการ บิลค่าน้ำ เพื่อเทียบเคียงว่าตรงกันหรือไม่ ส่วนสถานบริการอาบอบนวดโคปาคาบาน่าที่เข้าตรวจค้นเมื่อวานนี้พบว่ามีการกระทำผิดอย่างชัดเจน ทางพนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหาลักลอบการใช้น้ำบาดาล และจะมีการประชุมความคืบหน้าของสำนวนอีกครั้งในวันอังคารที่ 30 มกราคม
ด้านความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ที่มี พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รองผบช.น.เป็นประธานว่าขณะนี้ทางผู้กำกับการทั้งหมดที่อยู่ใน บช.น.รายงานมาครบแล้ว ซึ่งในบุคลลที่ถูกระบุชื่อในบัตรแข็ง(หางบัตร)ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจหาเนื่องจากต้องรอสอบสวนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี รวมทั้งเหยื่อและพนักงานที่ทำงานอยู่ในวิคตอเรีย ซีเคร็ท ซึ่งพนักงานบางคนกลับไปอยู่ภูมิลำเนา ซึ่งในส่วนนี้คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงจะต้องลงไปสอบทั้งหมดเพื่อให้ยืนยันข้อมูลว่าเป็นลายมือพนักงานคนใดหรือบุคคลใดที่มีหน้าที่เขียน แต่ที่ผ่านมาผู้ต้องหาทั้ง 7 คนที่ถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำปฎิเสธอ้างว่าไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นคนเขียน

