เมื่อวันที่ 8 ม.ค. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และโฆษก ตร. ได้กล่าวถึงโครงการ ” ปั่นไปไม่ทิ้งกัน สานต่องานที่พ่อทำ No One Left Behind” ซึ่งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ร่วมกับมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น โดยได้จัดให้ผู้พิการทางสายตา จำนวน 21 คน ร่วมปั่นจักรยานกับนักปั่นจิตอาสา จำนวน 22 คน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ปั่นจักรยานนำทางให้ตลอดเส้นทาง 9 วัน 9 จังหวัด เริ่มจากกรุงเทพฯ ผ่านสุพรรณบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ ลำปาง จนไปสิ้นสุดโครงการที่เชียงใหม่ รวมระยะทาง 867 กม. ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. ถึง 5 ก.พ. 2561 เพื่อหาทุนสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการของภาครัฐ และเพื่อสร้างความตระหนักแก่สาธารณชนว่าจริงๆ แล้วผู้พิการสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คนส่วนใหญ่เข้าใจหากได้รับโอกาสจากสังคม
โฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ให้ความสำคัญกับโครงการต่างๆ ที่เป็นสาธารณะประโยชน์เสมอมา ซึ่งโครงการนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่สร้างสรรค์สังคมในหลากหลายมิติ เนื่องจากการขี่จักรยานจากกรุงเทพไปเชียงใหม่นั้น นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่สำหรับคนปกติก็ตาม ยิ่งเป็นผู้พิการทางสายตาแล้ว นอกจากจะต้องมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงเพียงพอที่จะขี่จักรยานฝ่าสภาพภูมิอากาศที่ร้อนระอุของเมืองไทยกว่า 800 กม. แล้วยังต้องเผชิญกับสภาพพื้นผิวการจราจรที่หลากหลาย เช่น บางครั้งอาจเจอคอสะพานที่สูงชัน หรือบางจุดอาจมีคราบน้ำมันตกค้างอยู่ผิวการจราจรจากอุบัติเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่าคนปกติหลายเท่า จึงขอเน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นตำรวจทางหลวงหรือตำรวจพื้นที่ ร่วมกันอำนวยความสะดวกให้กับกิจกรรมนี้ โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่เป็นสำคัญ เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ ต่างๆ ที่สามารถป้องกันได้ล่วงหน้า
โฆษกตร กล่าวอีกว่า กิจกรรมดังกล่าวอาจส่งผลกระทบด้านการจราจรตามเส้นทางที่กำหนด ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบทางด้านการจราจรให้ได้มากที่สุด และอยากขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บนเส้นทางที่จัดกิจกรรม โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านหรือใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในวันและเวลาที่ขบวนจักรยานผ่านมาในพื้นที่ และขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมให้กำลังใจแก่ผู้พิการทางสายตาและทีมงานทุกคน ที่ได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม และถือว่าเป็นการร่วมสร้างบุญกุศลไปกับคณะผู้จัดกิจกรรมอีกด้วย

