รองโฆษกเผยสั่ง 2ตร.ทางหลวงอยุธยาฯตั้งด่านลอยยืนกลางถนนทำรถชนรวด 3 คัน หยุดทำหน้าที่ ตั้งกก.สอบ

29.01.18 | 12:11 น.

เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความและคลิปวีดิโอในโลกโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ ตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา โดยเบื้องต้นได้รับรายงานจาก สภ.บางปะอิน จว.พระนครศรีอยุธยา ว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 15.30 น. บริเวณถนน 347 (ฝั่งมุ่งหน้า อ.บางะหัน) กม.25 ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา มีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกัน พนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน จึงออกตรวจที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ 3 คันได้รับความเสียหายคือ รถยนต์ส่วนบุคคลหมายเลขทะเบียน กบ5915 นครสวรรค์ , รถยนต์ส่วนบุคคล ทะเบียน กน 61 อุบลราชธานี และรถยนต์บรรทุก ทะเบียน 72-5397 สมุทรปราการ

รองโฆษก ตร. กล่าวว่าจากที่ได้รับรายงานเบื้องต้นทราบว่าก่อนหน้านี้ตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนนว่า เส้นทางดังกล่าวมีรถบรรทุกวิ่งในช่องทางเดินด้านขวา ในลักษณะแช่เป็นเวลานาน ทำให้เกิดปัญหาการจราจรจึงได้ออกแผนการตรวจและจับผู้กระทำความผิด ซึ่งในวันเกิดเหตุน่าจะเกิดจากความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหลังเกิดเหตุตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา เรียกรถยนต์กู้ชีพนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล และไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ

รองโฆษก ตร. กล่าวว่าการดำเนินการทางวินัยตำรวจทั้งสองนายผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้รายงานตัวที่ บก.ทล.พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ว่ามีการกระทำผิดวินัย หรือกฎระเบียบอย่างไรบ้าง ซึ่งทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับที่กำหนด อย่างเคร่งครัด ส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือปฏิบัติงานไม่สนองนโยบายของผู้บังคับบัญชา ก็จะไม่เข้าข้างอยู่แล้ว หากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด

พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผบก.ทล. เปิดเผยว่า กรณีนี้คลิปดังกล่างขอชี้แจงก่อนว่าการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงแบ่งเป็น 3 รูปแบบ รูปแบบที่ 1 การออกตรวจพื้นที่ รูปแบบที่ 2 ตรวจรถตามจุดเสี่ยต่างๆ และรูปแบบที่ 3 การตั้งจุดตรวจซึ่งต้องจะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 8-9 นาย และมีการตั้งจุดให้เห็นชัดเจน สำหรับกรณีดังกล่าวเป็นการออกปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจพื้นที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียกร้องว่าบริเวณดังกล่าว มีรถบรรทุกขับด้วยความเร็วสูงจึงได้ทำการออกตรวจ และเมื่อเห็นรถบรรทุกขับรถอยู่ในช่วงทางขาวสุดจึงได้ทำการเรียกรถบรรทุก แต่รถยนต์เก๋งทั้งสองคันได้หยุดเสียก่อน จากนั้นรถบรรทุกจึงได้ทำการหยุดรถแต่ไม่สามารถหยุดได้ทันจึงเป็นเหตุให้รถยนต์เก๋งถูกรถบรรชนท้าย

พ.ต.อ.เอกราช เปิดเผยต่อว่า ทั้งนี้รถบรรทุกถือมีความผิดที่ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและขับรถในช่องทางขาวสุด ตามกฎหมายแล้วการขับรถจะต้องขับในความเร็วที่สามารถชะลอหรือหยุดรถได้ ซึ่งได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทแก่รถบรรทุกคันดังกล่าว สำหรับรถยนต์เก๋งอีก 2 คันได้ให้ทางประกันรับผิดชอบ ทางตำรวจทางหลวงได้ทำการเรียกรถพยาบาลเจ้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ และดูแลคดีกับทางสถานีในพื้นที่ดังกล่าว

Advertisement

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่ก็ได้เชิญเข้ามาสอบถามว่ามีการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือไม่หากพบว่าบกพร่องหรือกระทำผิดจะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยทันที และพร้อมจะชดใช้และให้ความช่วยเหลือทั้งหมด

ขอบคุณคลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Hawa Hawax

พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผบก.ทล. กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยเหลือดูแลผู้บาดเจ็บในรถ และสารวัตรทางหลวงที่รับผิดชอบในพื้นที่ ได้รายงานเหตุการณ์ทั้งหมดให้ทราบ ซึ่งสำหรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้มีการเรียกตำรวจคนดังกล่าวมาพูดคุย พร้อมทั้งกำชับสารวัตรรับผิดชอบพื้นที่ให้ปรับแก้จุดบกพร่องต่างๆ ในการเรียกรถ อันไหนผิดแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตำรวจทางหลวงต้องทำคือ ปรับปรุงแก้ไขวางแนวทางไม่ให้เรื่องดังกล่าวต้องเกิดขึ้นอีก ต้องยอมรับว่ายังมีประชาชนอีกมากที่เขาต้องการความช่วยเหลือคอยอำนวยความสะดวกจากตำรวจทางหลวง จะให้ไม่มีตำรวจทางหลวงลงไปปฏิบัติหน้าที่เลยคงไม่ได้ อย่างการลงพื้นที่ปฏิบัติตามแผนงานครั้งนี้ก็มาจากการร้องเรียนของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการวิ่งขวาของรถบรรทุก ดังนั้นอะไรที่เป็นความต้องการของประชาชน เราจะรับฟังและนำมาปรับแก้ให้เหมาะสมลงตัว โดยในวันพรุ่งนี้ตำรวจทางหลวงจะเดินทางไปพูดคุยกับทางผู้เสียหาย ส่วนจะเป็นที่ไหน อยู่ระหว่างการติดต่อ