โร่แจ้งความกองปราบฯ บ.ขายตรงฉ้อโกง มีชาวบ้านตกเป็นเหยื่อ 200 คน เสียหาย 120 ล.

29.01.18 | 12:34 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายยรรยง ดิษกร อายุ 61 ปี ชาว จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยกลุ่มผู้เสียจากการหลอกลงทุนกองทุนจัดการหนี้สิน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.วิชิต ผังดี รอง สว.สส.กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีกับบริษัท ไทยเอเชียน เน็ตเวิร์ค ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” หลังหลอกให้ประชาชนร่วมลงทุนและอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง โดยนำหลักฐานเป็นคลิปเสียง ใบเสร็จการโอนเงิน และเอกสารต่างๆ มามอบให้เจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการพิจารณาคดี

นายยรรยงเปิดเผยว่า ได้ร่วมลงทุนกับบริษัทดังกล่าวตั้งแต่ต้นปี 2560 โดยทางบริษัทได้ส่งตัวแทนมาอบรมชาวบ้านที่สนใจ โดยอ้างว่าทางบริษัทจะนำเงินที่สมัครสมาชิกไปช่วยเหลือคนจน และบริษัทก็ยังประกอบธุรกิจขายตรง อาทิ สบู่ อาหารเสริมสุขภาพ เป็นต้น ทั้งนี้การสมัครสมาชิกมีหลายแบบเริ่มต้นที่ 4,500 บาท ต่อหนึ่งสมาชิก โดยจะได้รับค่าตอบแทนวันละประมาณ 45,000 บาท หรือคิดเป็นเดือนละหนึ่งล้านบาท ซึ่งจะได้เงินดังกล่าวหลังจากวันสมัคร 1 เดือน นอกจากนี้ยังมีสมัครสมาชิกที่ระดับสูงขึ้นไปอีกคือการลงทุน 1 ล้านบาท ส่วนผลตอบแทนนั้นได้ 1 ล้านบาทเท่ากัน

นายยรรยงกล่าวต่อว่า หลังจากการพูดคุยรายละเอียดกับทางบริษัทจึงตัดสินใจสมัครสมาชิกแบบ 4,500 บาท ส่วนภรรยาตนตัดสินใจลงทุนแบบ 1 ล้านบาท เนื่องจากทางบริษัทอ้างว่าถ้าหากไม่มีใครสมัครสมาชิกในจำนวนเงิน 1 ล้านบาท ก็จะไม่การันตีผลตอบแทนของสมาชิกแบบ 4,500 บาท ซึ่งภรรยาตนจึงได้ลงทุนไปทั้งหมด 2.9 ล้านบาท ส่วนเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินจากการเอาโฉนดที่ดินไปขายฝากโดยตัวแทนของบริษัทดังกล่าวเป็นผู้พาไปขายฝาก

นายยรรยงกล่าวอีกว่า หลังจากลงทุนไปแล้วปรากฏว่าทางบริษัทไม่ได้จ่ายเงินตอบแทนตามที่อ้างไว้ ตนพยายามทวงถามหลายครั้งก็ได้รับการบ่ายเบี่ยง จนกระทั่งเงียบหายไป ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย แต่ตนเองเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก จึงอยากจะให้ทางกองปราบฯช่วยติดตามจับกุมเครือข่ายดังกล่าวให้ครบเนื่องจากจะได้ไม่ไปหลอกชาวบ้านคนอื่นอีก อย่างไรก็ดี ขณะนี้จากการรวบรวมผู้เสียหายมีประมาณ 200 คน อยู่ในพื้นที่ จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา จ.นครปฐม และ จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนความเสียหายกว่า 120 ล้านบาท

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด และตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่ทางผู้เสียหายนำมามอบให้ ก่อนที่จะรวบรวมข้อมูลส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

Advertisement