กก.ปฏิรูปชง พ.ร.บ.ตร.ให้บิ๊กตู่ “อดีตรอง ผบก.”ชี้แก้ไม่ตรงจุด

29.01.18 | 15:32 น.

อดีตรอง ผบก.จเร ตร.ชี้ร่าง พ.ร.บ.ตร.ยังไม่ตอบโจทย์ซื้อขายเก้าอี้ แนะให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการและเลขานุการ ก.ต.ช.แทน ผบ.ตร.

เมื่อวันที่ 28 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ได้รายงานการดำเนินการยกร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่….) พ.ศ. … ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาและนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับนี้เกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ การพิจารณาบำเหน็จความชอบเลื่อนเงินเดือนและค่าตอบแทน โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ให้เป็นองค์กรกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ตำรวจ และยกเลิกอำนาจการคัดเลือกแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ให้เป็นองค์กรกำหนดหลักเกณฑ์ การบริหารงานบุคคลและตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชา รวมทั้งมีอำนาจพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นเพียงการแก้ไของค์ประกอบ และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เท่านั้น เป็นเรื่องของการบริหารงานภายใน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ ก.ตร.ที่ตัดบทบาทของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนออกไป ให้มีฐานะเพียงประธานและรองประธาน ก.ต.ช.เท่านั้น และการที่กำหนดให้ ผบ.ตร.เป็นเลขานุการ ก.ต.ช. ทำให้นายกรัฐมนตรีขับเคลื่อนนโยบายการบริหารงานตำรวจตามเสียงเรียกร้องต้องการของประชาชนลำบาก ถ้าต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ควรให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ ก.ต.ช แทน ผบ.ตร. เพื่อจะได้ทำงานเป็นมือของนายกรัฐมนตรีในการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารงานตำรวจให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าวว่า อย่างปัญหาการแต่งตั้งตำรวจที่มีการวิ่งเต้นกันอย่างชุลมุนไปจนกระทั่งเสียงโจษขานเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง หลักเกณฑ์ขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนอะไร ร่างนี้ก็ได้กำหนดให้ ก.ตร.ไปออกหลักเกณฑ์ตามแนวทางที่กำหนด ไม่รู้ว่าผลสุดท้ายรายละเอียดของหลักเกณฑ์จะเป็นอย่างไร ไม่ต่างอะไรกับปัญหากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ในความเป็นจริง ทั้งตำรวจผู้ไร้เส้นสายและประชาชนก็คงคาดหวังอะไรไม่ได้มากนัก เนื่องจาก ก.ตร.ประกอบด้วยตำรวจผู้ใหญ่จำนวนมาก การจะกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นธรรมต่อตำรวจส่วนใหญ่ที่สามารถตรวจสอบชี้แจงได้ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อตำรวจส่วนใหญ่อย่างแท้จริงคงยังเกิดขึ้นได้ยาก