เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายเพชร มโนปวิตร รองหัวหน้ากลุ่มงานอนุรักษ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ไอยูซีเอ็น) กล่าวถึงเรื่องปัญหาขยะทะเลในประเทศไทยว่า ที่ประเทศไทยถูกจัดลำดับให้เป็นประเทศที่มีปัญหาขยะทะเลเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยล่าสุดเป็นอันดับที่ 4 นั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปะการังในประเทศที่มีกว่า 1.4 ล้านไร่ เสื่อมโทรมเสียหายไปกว่า 77% หรือราว 1 แสนไร่ ทั้งนี้จากงานวิจัยล่าสุดของมหาวิทยาลัยคอร์แนลระบุว่า พลาสติกส่งผลเกิดโรคในปะการัง โดยในเวลานี้ปะการังในเอเชียแปซิฟิกกำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากขยะทะเลกว่า 1 หมื่นล้านชิ้น ทั้งนี้พบว่า ประเทศไทยมีขยะในทะเลมากเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศอินโดนีเซีย จากกลุ่มประเทศ ที่นักวิจัยเก็บข้อมูล คือ ไทย พม่า อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย
นายเพชรกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ไอยูซีเอ็น ได้ลงพื้นที่ อ่าวไม้เลี่ยม เกาะยาวใหญ่ จ.พังงา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นชายหาดอันเงียบสงบ อยู่ห่างไกลชุมชนและไม่ได้มีผู้คนมาเยือนบ่อยนัก แต่ขยะจำนวนมากถูกพัดพามาจากฝั่งตะวันออกของภูเก็ต และอาจมีบางส่วนที่ถูกทิ้งลงมาจากเรือท่องเที่ยว
“เราพบว่า ขยะจำนวนมากที่พบคือโฟม แก้วพลาสติกบรรจุน้ำดื่ม แบบที่เจาะดื่ม จำนวนนับไม่ถ้วน ไฟแช็กพลาสติก หลอดพลาสติก ขวดน้ำพลาสติก และภาชนะพลาสติกทั้งเล็กและใหญ่ และนี่คือตัวอย่างของสิ่งแวดล้อมบริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากขยะพลาสติกผลผลิตจากเมืองชายฝั่ง เป็นผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นที่ต้องมาตามจัดการ จัดเก็บ ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ก่อมลภาวะ ไม่มีใครรู้ว่า แก้วน้ำพลาสติกแก้วเล็กๆ นับสิบนับร้อยนั้นเป็นของใคร แต่ที่แน่ๆ นี่คือความรับผิดชอบร่วมกันของเราทุกคนที่ยังคงติดใช้พลาสติกเหล่านี้อยู่” นายเพชรกล่าว
https://www.facebook.com/Re4Reef/videos/1873188162993415/

