เมื่อวันที่30 มกราคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวถึงกรณีตำรวจรวบด.ต.เชิดชาย ผู้ช่วยท้วม อายุ46ปี ผบ.หมู่งานจราจรสน.ลุมพินี พร้อมยาเสพติด อาวุธปืน หลังก่อเหตุกรรโชกทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวแคนาดา จนนำไปสู่การสืบสวนจับกุมได้สำเร็จ บช.น.มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่29 มกราคม ท้องที่สน.ทุ่งมหาเมฆว่า ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ให้ไปทำผิดเสียเอง เรื่องนี้ผบ.ตร.ยอมรับไม่ได้ ไม่เลี้ยงไว้ และฝากถึงผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นให้ดูความเป็นอยู่ของลูกน้องโดยเฉพาะช่วงเวลานอกราชการ ดูความเดือดร้อนของลูกน้อง ป้องกันไม่ให้นำไปสู่การก่อเหตุนี้อีก แล้ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ของตำรวจ เป็นความประพฤติที่รับไม่ได้ เรื่องนี้มีการดำเนินการอย่างเต็มที่ มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งผลสุดท้ายการให้ออกหรือไล่ออกจะมีผลต่อตำรวจที่ทำผิดกฎหมายอย่างแน่นอน
พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.)กล่าวว่า กรณีเรื่องดังกล่าวถือเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล ผู้บังคับบัญชาไม่ได้มีส่วนเข้าไปพัวพัน ในลักษณะทำเป็นขบวนการหรือองค์กรอื่นเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ที่ผ่านมาพบว่าเจ้าตัวเคยถูกร้องเรียน และลงโทษจนถูกย้ายจากการทำหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทำงานเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดให้มาทำงานด้านจราจร แต่ยังมีพฤติกรรมกระทำความผิดดังกล่าว ทางพล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 จึงสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ระดับรองสารวัตร จนถึงผู้กำกับการสน.ลุมพินี ว่าปล่อยปละละเลยหรือไม่
“ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้สั่งการให้ ทางบช.น. กำชับการปฏิบัติของกองบังคับการต้นสังกัด หากพบว่ามีตำรวจที่พัวพันกับยาเสพติดหรือมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม ก็จะดำเนินการคาดโทษทันที เนื่องจากหากตรวจพบจะถูกดำเนินคดีอาญาพร้อมไล่ออกสถานเดียว เนื่องจากที่ผ่านมา ทั้งนี้ เรื่องที่เกิดขึ้น ถือเป็นส่วนน้อยมากๆ คิดเป็น 0.01 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ ถือว่าน้อยมากหากดูจากตำรวจทั้งประเทศกว่า 2 แสนคน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปกป้องตำรวจที่กระทำความผิดอย่างแน่นอน” ผบช.น.กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทางสน.ลุมพินี ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงด.ต.เชิดชาย โดยมีระดับรองสว.-ผกก.สน.ลุมพินี แล้วโดยสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนการพิจารณาข้อบกพร่องของผู้บังคับบัญชาด.ต.เชิดชายนั้น ได้สั่งการให้ทางคำสั่งกรมตำรวจที่ 1212 / 2537 เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ระดับสว.ที่ดูแลงานจราจรของด.ต.เชิดชาย ให้ทางผกก.สน.ลุมพินี ดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวให้ทางสน.ลุมพินี หัวหน้างานที่เกี่ยวข้องชี้แจงกรณีดังกล่าวข้อว่ามีข้อบกพร่องหรือไม่ หากมีการพิจารณาแล้วพบว่ามีข้อบกพร่องก็จะพิจารณาโทษทางวินัยอีกครั้ง
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2561 เวลา 11.40 น.ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มชายเปิดห้องพักที่อาคารเดอะบูมอพาร์ตเมนต์ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 13.00 น. เปิดห้องพักมั่วสุมยาเสพติดจึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบชาย 2 คนอยู่ให้ห้องพักดังกล่าวทราบชื่อภายหลังคือ ด.ต.เชิดชาย ผู้ช่วยท้วม อายุ 46 ปีเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่ายจราจร สน.ลุมพินีและ นายชาคริต ทีหลวย อายุ 37 ปีภายในห้องที่เกิดเหตุพบยาไอซ์น้ำหนัก 0.5 กรัม,อาวุธปืนยี่ห้อวอลเธอร์ พร้อมแม็คกาซีน ขนาด 0.38 จำนวน 1 กระบอก จำนวน 7 นัดจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านฯ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” แก่ ด.ต.เชิดชาย และแจ้งข้อกล่าวหา “มีและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”แก่นายชาคริต และต่อมาได้ นายแอนดรู ไลเลย์ อายุ 25 ปี ชาวแคนาดา ผู้เสียหายมาที่สน.และได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง,ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ แจ้งว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 นี้ คือคนร้าย ที่ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังและมีพฤติการณ์ จะยัดยาเสพติดให้กับผู้แจ้ง แต่ผู้แจ้งได้หลบหนีไปจึงจับกุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป พื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ

