ศิริราชต้อนรับคณะแพทย์รางวัล ‘สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล’

30.01.18 | 14:19 น.

เมื่อวันที่ 30  มกราคม ที่โรงพยาบาลศิริราช ศ.นพ.ประสิทธิ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะแพทย์ให้การต้อนรับ ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2560 ประกอบด้วย นพ.อีริค ดี กรีน ศ.พอร์ทเตอร์ ดับเบิลยู. แอนเดอร์สัน จูเนียร์ นพ.จอห์น บี.รอบบินส์ พญ.ราเชล ชเนียลสัน และ ศ.นพ.มธุราม ซานโตชาม ในโอกาสเข้ามาเยี่ยมเยือนคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ศ.นพ.ประสิทธิกล่าวว่า สิ่งที่ผู้ได้รับรางวัลคิดค้นขึ้นนั้นก่อเกิดประโยชน์ต่อประชากรโลกจำนวนมาก โดยโครงการจีโนมในมนุษย์ของ นพ.อีริคนั้น ทำให้วงการแพทย์สามารถค้นหาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคจากพันธุกรรมได้ก่อนที่จะเกิดโรค เพื่อวางแผนการป้องกัน การพัฒนาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลที่มีความแตกต่างกันได้ และยังได้ทำเป็นฐานข้อมูลรวมที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงเพื่อนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้ต่อไป

ส่วน ศ.พอร์ทเตอร์ ดับเบิลยู. แอนเดอร์สัน จูเนียร์ ศ.นพ.มธุราม ซานโตชาม พญ.ราเชล ชเนียลสัน และ นพ.จอห์น บี รอบบินส์ ซึ่งมีส่วนในการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียฮีโมฟีลุส อินฟลูเอนเซ ชนิดบี หรือเชื้อฮิป ซึ่งก่อให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งจัดเป็นวัคซีนที่มีความสำคัญต่อการป้องกันโรคที่อันตรายมาก เพราะหากไม่เสียชีวิตก็ทำให้พิการรุนแรง ดังนั้น ล่าสุดประเทศไทยกำลังจะบรรจุเป็นวัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กไทยในปี 62 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัคซีนว่าฉีดไปแล้วจะมีผลข้างเคียงอันตรายนั้น ขอย้ำว่าวัคซีนในปัจจุบันมีการพัฒนาจนแน่ใจว่ามีความปลอดภัย มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นอย่ากลัวการฉีดวัคซีน ซึ่งการป้องกันการเกิดโรคย่อมดีกว่าการรักษา

ด้าน ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ หัวหน้าสาขาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชฯ กล่าวว่า เชื้อฮิปที่ก่อโรคเยื่อหุ้มสมองในเด็กนั้นนับว่าเป็นเชื้อที่มีความอันตรายมากทำให้เด็กเสียชีวิต หรือหากรอดก็อาจจะเกิดความพิการรุนแรงได้ ซึ่งในประเทศไทยในอดีตอาจจะพบโรคนี้ไม่มาก แต่เพราะวิทยาการทางการแพทย์อาจจะเจอไม่เยอะ ภาครัฐอาจจะยังมองไม่เห็นความจำเป็น ทำให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 2 ของโลกที่ยังไม่มีการให้วัคซีนดังกล่าวเพื่อป้องกันโรค แต่เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายของวัคซีนกับความสูญเสียที่เกิดจากการเป็นโรค โดยเฉพาะภาระจากความพิการนั้นจัดว่าให้วัคซีนจะคุ้มกว่า ซึ่งหลังจากพยายามกันมานานภายในปี 62 ก็จะมีการฉีดให้เด็กไทยแล้ว โดยเป็นวัคซีนรวมป้องกัน 5 โรค คือ คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ไวรัสตับอักเสบบี และเพิ่มฮิป เข้าไป ฉีด 4 เข็มให้เด็กอายุ 2, 4, 6 เดือน และ 1 ขวบครึ่ง ซึ่งค่าใช้จ่ายเท่ากับวัคซีนป้องกัน 4 โรค เพราะฉะนั้นให้ไปเลย 5 ตัวคุ้มค่ากว่ามาก

Advertisement