สั่งปิดตึกไฟไหม้ย่านเยาวราช30วัน วิศวกรรมสถานฯตรวจพบความเสี่ยงจากรอยแตกร้าวชั้น3

30.01.18 | 14:21 น.

จากเหตุเพลิงลุกไหม้อาคารพาณิชย์สูง5ชั้น เลขที่88 ภายในซอยวาณิช 1 ถนนเยาวราช แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ เปิดเป็นโกดังเก็บของเล่นเด็ก โดยเพลิงได้ลุกไหม้นานเกือบ5ชั่วโมงจึงสงบลง ทางเจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุและประสานเจ้าของอาคารพาณิชย์ให้ปากคำเพิ่มเติม เมื่อวันที่29มกราคมที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 30 มกราคม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นายสมบัติ กนกทิพย์วรรณ ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ ผกก.สน.จักรวรรดิ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมทีมวิศวกรอาสา ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติ เข้าตรวจสอบโครงสร้างของอาคารพาณิชย์ที่เกิดเพลิงไหม้ เพื่อสำรวจและวิเคราะห์จุดเกิดเหตุ

ดร.ธเนศ เปิดเผยว่า สำหรับอาคารต้นเพลิงเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กอายุกว่า 50 ปี ทนต่อความร้อนได้อย่างน้อยสุดประมาณ 2 ชั่วโมง และอย่างมากที่สุดสามารถทนต่อความร้อนได้นานถึง 4-5 ชั่วโมง จากรายงานเบื้องต้นทราบว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายใน2ชั่วโมงแรก ก่อนจะปะทุขึ้นใหม่เนื่องจากวัสดุที่อยู่ในตัวอาคารทำจากพลาสติกและกระดาษเป็นจำนวนมาก มีแสงเพลิงและกลุ่มควันสีดำจำนวนมากเกิดขึ้นบริเวณชั้นที่1 ก่อนลุกลามขึ้นสู่ด้านบนทั้งตัวอาคาร จากการเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบว่าชั้นที่3ของตัวอาคาร บริเวณพื้นมีร่องรอยแตกร้าวของปูนรองเหล็กจำนวนมากและมีหยดน้ำไหลกัดเซาะตลอด มีความเสี่ยงต่อการใช้พื้นที่ชั้นดังกล่าว ส่วนคานเสาทั้งหมดของตัวอาคารยังสามารถใช้งานได้ไม่มีการแตกร้าวจากความร้อนจากไฟ ชั้นที่ 4 และชั้นที่ 5 นั้นสามารถใช้งานได้ตามปกติ ส่วนผลกระทบของตัวอาคารพาณิชย์ข้างเคียงจากกรณีไฟไหม้ครั้งนี้ จากการตรวจสอบไม่พบว่าเปลวเพลิงหรือความร้อนส่งผลกระทบต่อโครงสร้างตัวอาคารข้างเคียงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์จะต้องตรวจสอบเรื่องพื้นแต่ละชั้นของตรวจอาคารอีกครั้งหนึ่ง เพื่อป้องกันการทรุดตัวของพื้นต่อไป

Advertisement

“ส่วนเรื่องกรณีอาคารในละแวกจุดเกิดเหตุเป็นตึกที่มีการก่อสร้างมาเป็นระยะเวลานาน อยากจะประชาสัมพันธ์เจ้าของอาคารให้คอยหมั่นตรวจสอบระบบไฟทั้งหมด อาทิ ระบบตัดไฟกรณีไฟฟ้าลัดวงจร สายไฟฟ้าที่ติดกับตัวอาคารว่ามีร่องรอยชำรุดหรือไม่ หากว่าพบว่าชำรุดหรือเสียหายให้รีบแจ้งผู้เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขดำเนินการให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเช่นกรณีดังกล่าว” ดร.ธเนศกล่าว

ด้านนายสมบัติ เปิดเผยว่า สำนักงานกรุงเทพมหานครมีคำสั่งให้ปิดตัวอาคารที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและซ่อมแซมให้แล้วเสร็จพร้อมกับประกาศเป็นพื้นที่อันตรายห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในจุดเกิดเหตุ ส่วนกรณีที่เจ้าของอาคารจะเข้าไปเพื่อตรวจสอบหรือเก็บทรัพย์สินออกมาจากตัวอาคารนั้น จะต้องทำเรื่องส่งมายังสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์และประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปกำกับดูแลอีกครั้งหนึ่ง

พ.ต.ท.สุริยเมศศ์ ภักดีวิวัฒน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.จักรวรรดิ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้เชิญนางณปภัช จุฬาเลิศมณี อายุ 43 ปี เจ้าของอาคารต้นเพลิง มาสอบปากคำแล้ว โดยทราบว่าตัวอาคารดังกล่าวทำเป็นโกดังไว้สำหรับเก็บสินค้าประเภทกิ๊ฟช็อปหรือของเล่นเด็ก ส่วนในช่วงเวลาเกิดเหตุนั้นไม่มีการเปิดใช้ตัวอาคารดังกล่าวเนื่องจากว่าเป็นวันหยุดทำการ โดยปกติถ้าในวันทำการจะเปิดโกดังดังกล่าวเพื่อนำของบางส่วนไปขายยังร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน นอกจากนี้ได้สอบปากคำพยานแวดล้อมที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุไปแล้ว ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้และการประเมินค่าความเสียหายนั้นยังไม่สามารถสรุปได้ อย่างไรก็ตามจะเชิญเจ้าของอาคารมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง และต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อสรุปสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป