ปปง.รุกแก้ไข กม.เงินดิจิทัล ‘บิทคอยน์’ ต้องรายงานธุรกรรม ปิดทางมิจฉาชีพ

30.01.18 | 15:29 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 มกราคม  พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทน เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน( ปปง.)  กล่าวถึงกรณีที่มิจฉาชีพพัฒนารูปแบบการหลอกลวงโดยการใช้การโอนเงินผ่านระบบเทคโนโลยีขั้นสูง และมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การใช้ลงทุนหรือซื้อขายสินค้าด้วย cryptocurrency เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดนั้น สำนักงาน ปปง. สามารถดำเนินการในการสืบสวนทางการเงินที่กระทำการฟอกเงินผ่านระบบเงินดิจิทัลได้ ขณะนี้พบว่ามิจฉาชีพใช้ cryptocurrency หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเงินดิจิทัล เช่น บิทคอยน์ ริปเปิล หรือเงินดิจิทัลสกุลอื่นๆ เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิดดังกล่าว ถึงแม้ว่าเงินดิจิทัลจะไม่ใช่เงินจริงๆ แต่ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า ซึ่งหากมิจฉาชีพนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหายไปซื้อหรือแลกเปลี่ยนเป็นบิทคอยน์ ก็เท่ากับเป็นการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มา ก็เข้าองค์ประกอบความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ซึ่งสำนักงาน ปปง. สามารถตรวจสอบและดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินรวมทั้งบิทคอยน์ดังกล่าวได้

พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน ปปง. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้มีการหารือและวางมาตรการในการจัดระบบกำกับดูแลทางการเงิน เพื่อให้สามารถรับมือมิจฉาชีพได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยมีการดำเนินการเชิงรุกในการศึกษามาตรการในการกำกับดูแลผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน cryptocurrency (virtual currency exchanger) ซึ่งมีความเสี่ยงในการถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน และอยู่ระหว่างพิจารณาแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อกำหนดให้ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน cryptocurrency เป็นผู้มีหน้าที่รายงานตามกฎหมายของ ปปง. โดยนำหลักการมาตรฐานสากลด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินมาปรับใช้ในการกำกับ virtual currency exchanger  อาทิ ข้อกำหนดให้ประเมินความเสี่ยงเรื่องการฟอกเงิน กำหนดให้พิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าที่มาแลกเปลี่ยนเงินและข้อมูลผู้รับประโยชน์ ให้รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย และให้เก็บรักษาเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการทำธุรกรรมและข้อมูลลูกค้าทั้งหมด ทั้งนี้ การดำเนินการของสำนักงาน ปปง. นั้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการด้านป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเท่านั้น มิได้เป็นการรองรับหรือให้หลักประกันในทางธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนใน cryptocurrency แต่อย่างใด

พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์  ยังกล่าวว่า สำนักงาน ปปง. ขอฝากแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการลงทุนต่างๆ โปรดอย่าหลงเชื่อผู้ชักชวนให้ลงทุนกับธุรกิจที่มีลักษณะลงทุนน้อยแต่ได้ผลประโยชน์สูง เพราะส่วนใหญ่จะมีรูปแบบใน การหลอกลวงให้ได้รับผลประโยชน์จำนวนมากในช่วงแรกที่เริ่มลงทุน ต่อมาจะมีการหยุดจ่ายและปิดกิจการโดย อ้างว่ามีผลขาดทุน เมื่อผู้ลงทุนทวงถามเงินคืนจะไม่คืนไม่สามารถติดต่อได้  ไม่ว่าจะเป็นการเชิญชวนผ่านเฟสบุกส์ ไลน์ หรือเพื่อนสนิท ญาติสนิทชักชวนก็ตาม เพราะอาจถูกขบวนการมิจฉาชีพหลอกเป็นทอด ๆ และอาจสูญเงินได้ เนื่องจากสถิติที่ผ่านมาสำนักงาน ปปง. ได้รับแจ้งเรื่องร้องทุกข์ผ่านสายด่วน ปปง. 1710 โดยมีประชาชนจำนวนมาก ถูกหลอกลวงให้ลงทุนและสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก  หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อมาได้ที่สำนักงาน ปปง. หรือสายด่วน ปปง. 1710

ทางด้าน พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ประธานกรรมการ ปปง. ได้ฝากแจ้งเตือนประชาชนถึงความเสี่ยงในการลงทุนหรือซื้อขายสินค้าที่มีความผันผวนและมีความเสี่ยงสูงมาก ดังนั้นพี่น้องประชาชนควรพิจารณาความเสี่ยงของในการใช้ cryptocurrency ด้วย เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้รับรองความเป็นสกุลเงินตามกฎหมายและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไทย นอกจากนี้ ผู้ลงทุนอาจถูกหลอกลวงเป็นเครื่องมือเพื่อใช้ในการกระทำความผิด เช่น การหลอกลวงให้ลงทุนแชร์ลูกโซ่ เป็นต้น

 

Advertisement