เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการสั่งปิดสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการที่มีการกระทำผิดตามคำสั่ง คสช. ประจำปี 2561 ครั้งที่ 2/2561 ใช้เวลา 2 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น
พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวก่อนการประชุมว่า วันนี้จะมีการพิจารณาประเด็นความผิดของสถานบริการทั้ง 12 แห่ง ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการเด็กและสตรี(ดส.)ทำการจับกุมในห้วงเดือนตุลาคม- พฤศจิกายน 2560 ว่าฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 และ 46/2559 หรือไม่ จะพิจารณาด้วยความเป็นธรรมในทุกมิติ โดยความผิดที่พบส่วนใหญ่ คือเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดเกินกำหนด ,ปล่อยปละละเลยให้บริการเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ,มียาเสพติดในสถานบริการ ซึ่งเข้าข่ายที่จะถูกสั่งปิดภายในระยะเวลา 5 ปี แต่หากยังเปิดให้บริการอีกจะถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“ยืนยันว่าคณะกรรมการดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ซึ่งในที่ประชุมวันนี้จะต้องได้ข้อสรุปว่าจะมีการปิดสถานบริการแห่งใดบ้างก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ ผบ.ตร.พิจารณาต่อไป สำหรับสถานบริการทั้ง 12 แห่งประกอบด้วย 1.ร้านแวมไพร์คาราโอเกะ 2.ร้านเสเฮฮา 3.ร้านเจี๊ยบคาราโอเกะ 4.ร้านมอนติคาร์โล 5.ร้านบางกอกใหญ่บาร์ 6.ร้าน DE-CREE48 7.ร้าน MORE 8.ร้านคลับฟายเดย์ 9.ร้านเดอะฟิกบาร์ 10.ร้านน้องหนึ่งคาราโอเกะ 11.มูดดี้ส์ บาร์ และ 12.ร้านสุราบาร์พาร์ตี้ บายเมาสันติ”พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าว

