เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ศาลล้มละลายกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ผู้ถือหุ้นบริษัทโพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) หรือ “POLAR”9คน ที่เดิมประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเส้นใยสังเคราะห์ ยื่นคำร้องอุทธรณ์กรณีศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของทั้ง9คนที่ขอเข้าเป็นคู่ความร่วมในคดีที่นายกำแหง หุ่นหิรัณย์สาย เจ้าหนี้ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด บมจ.โพลาริส แคปปิตัล จำเลย เป็นลูกหนี้ โดยนายกำแหง นำมูลหนี้ในข้อตกลงการซื้อหุ้นระหว่างบริษัทและนายกำแหงมายื่นฟ้อง โดยครั้งแรกหลังจากที่มีการฟ้องคดีพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด POLAR แล้ว 9ผู้ถือหุ้นบริษัท ได้ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อขอเข้าเป็นคู่ความร่วม โดยโจทก์ฟ้องคดีไม่สุจริต กระทั่งศาลล้มละลายกลาง ตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ต่อมา9ผู้ถือหุ้นบริษัท จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์ผ่านศาลล้มละลายกลางตามขั้นตอน ตามกฎหมายการยื่นอุทธรณ์จะเป็นระบบอนุญาต เมื่อศาลล้มละลายกลางรับคำร้องอุทธรณ์ของทั้ง9คนไว้พิจารณาแล้ว เห็นว่า9ผู้อุทธรณ์ไม่ใช่คู่ความ จึงไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ดังนั้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ต่อมา9ผู้ถือหุ้นบริษัท ยื่นอุทธรณ์ในคำสั่งที่ศาลล้มละลายกลางไม่รับอุทธรณ์อีก
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ผู้ร้องทั้ง 9 คน ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความร่วม โดยศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง แม้ผู้ร้องทั้ง9คนอาจอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลล้มละลายกลางได้ แต่การที่ผู้ร้องทั้ง9คนอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องทั้ง9เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงมีสิทธิที่จะขอเข้ามาเป็นฝ่ายที่สามนั้น อุทธรณ์ของผู้ร้องทั้ง9คนไม่เข้าข้อยกเว้นให้อุทธรณ์ได้ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 25 (1)-(5) ที่ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องทั้ง9คนนั้น ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษเห็นพ้องด้วย จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์ของผู้ร้องทั้ง9คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ มาตรา 25 บัญญัติเรื่องการอุทธรณ์ ฎีกาคดีล้มละลายไว้ว่า คดีล้มละลายที่ไม่ใช่คดีอาญา ห้ามไม่ให้อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง เว้นแต่ (1) คำพิพากษายกฟ้อง หรือคำสั่งยกคำร้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลาย (2)คำสั่งยกคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ (3) คำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (4)คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด (5)คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกับคดีตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
ทั้งนี้สำหรับคดีหลัก การร้องขอพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนั้น ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่3 สิงหาคม 2560 ให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามที่โจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ฟ้อง โดยขณะนี้คดีหลัก สำนวนถูกส่งให้ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ พิจารณาต่อไปหลังจาก “POLAR” ได้ยื่นอุทธรณ์ไปเมื่อเดือน ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี บมจ.โพลาริส แคปปิตัล หรือ “POLAR” นั้น ก่อนจะถูกเจ้าหนี้ ร้องพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด “POLAR” เองมีการร้องขอฟื้นฟูกิจการด้วย กระทั่งภายหลังปี 2559 ศาลมีคำสั่งยกเลิกแผนฟื้นฟูกิจการ โดย บมจ.โพลาริส แคปปิตัล หรือ “POLAR” เปลี่ยนชื่อมาจาก บริษัท วธน แคปปิตัล จำกัด(มหาชน) ชื่อย่อ WAT เดิมคือ บริษัท นครหลวงเส้นใย จำกัด (มหาชน) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเส้นใยสังเคราะห์และเส้นด้ายไนลอน แต่บริษัทประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินมีภาระหนี้จำนวนมาก กระทั่งกลายเป็นข้อพิพาทยื่นฟ้องคดีกันในศาลล้มละลายกลาง

