‘ปิยะสกล’ เปิดข้อเสนอเลิกใช้ ‘พาราควอต’ หาสารทดแทน

30.01.18 | 19:17 น.

ตามที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีข้อเสนอให้มีการยกเลิกพาราควอตโดยอ้างว่าเป็นห่วงทั้งผลกระทบต่อผู้บริโภคและเกษตรกร โดยสั่งให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์หาทางออกในกรณีดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหาทางออกทดแทนพาราควอตซึ่งขณะนี้ยังไม่มีสารทดแทนนั้น

เมื่อวันที่ 30  มกราคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะสารพาราควอต ว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)นั้น ตนได้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับสารพาราควอตไปทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว โดยท้ายที่สุดเรื่องนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องเป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขที่ผ่านมาได้มีการพิจารณา เรื่องนี้ไปแล้ว และยังคงยืนยันตามผลการประชุมเดิมว่า ควรเลิกใช้สารดังกล่าว และหาสารทดแทนตัวอื่น แต่การเลิกใช้ก็ต้องใช้เวลา จึงต้องมีระยะเวลากำหนด เพื่อไม่ให้เกษตรกรเดือดร้อน

“แม้กระทรวงสาธารณสุขจะไม่สามารถควบคุมหรือห้ามการใช้สารตัวนี้ได้ แต่ทางกระทรวงฯ ก็มีนโยบายให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งใช้อาหารจำพวกผัก ผลไม้ที่ปราศจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เรียกว่าให้เป็นอาหารปลอดภัยในโรงพยาบาล ซึ่งทำกันมาแล้ว และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี” นพ.ปิยะสกล กล่าว

วันเดียวกัน มูลนิธิชีววิถี ออกแถลงการณ์กรณีดังกล่าวว่า จากกรณีที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่าต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้นั้น ทางมูลนิธิฯมองว่า 1. คณะรัฐมนตรีไม่ได้รับทราบข้อมูลที่เพียงพอจากหน่วยงานของรัฐ 2. รัฐบาลนี้เห็นแก่กลุ่มทุนที่ขายสารพิษและกลุ่มธุรกิจเกษตรรายใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จากการขายหรือการใช้พาราควอตมากกว่าจะคำนึงถึงสุขภาพของเกษตรกรหรือผู้บริโภคจริงๆ โดยข้ออ้างที่บอกว่ายังไม่มีสารทดแทนนั้นไม่เป็นความจริง เพราะ ที่ผ่านมากระทรววงเกษตรฯซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวไม่พยายามนำเอางานวิจัยและทางออกของหลายหน่วยงานมาเผยแพร่แก่เกษตรกร

“เชื่อว่าในที่สุดแล้วหากรัฐบาลนี้ยังอนุญาตให้ใช้พาราควอตต่อไป เราจะเห็นตลาดโลกบอยคอตสินค้าจากบริษัทยักษ์ใหญ่ หรือสินค้าจากประเทศไทย เพราะสินค้าเกษตรหลายประเภทขณะนี้ถูกต่อต้านเพราะมีการใช้สารพิษที่เป็นอันตรายต่อเกษตรกรและแรงงานรับจ้างในภาคเกษตร” แถลงการณ์ระบุ และกล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ 3 กระทรวงหาทางออกเหมือนกับการวนกลับมาที่เดิม ทั้งๆที่กระทรวงสาธารณสุขและคณะทำงานสารที่มีความเสี่ยงสูง 4 กระทรวงหลักมีข้อสรุปให้แบนสารพิษนี้มาตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว การฝากความหวังให้กรรมการวัตถุอันตรายซึ่งมีผู้ที่ได้ผลประโยชน์ทับซ้อนและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบรรษัทสารพิษเป็นผู้ตัดสินอนาคตของพาราควอต ย่อมคาดเดาได้ว่าพวกเขาจะเลือกตัดสินใจแบบใด

Advertisement