หน้าแรก ในประเทศ สาวหึงโหด ใช้...

สาวหึงโหด ใช้มีดแทงแฟนหนุ่มตอนหลับเจ็บสาหัส ก่อนจุดไฟเผาบ้านตัวเอง

31.01.18 | 09:13 น.

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 31 ม.ค. ร.ต.ท.พงศ์พล โคตะโน รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยพหลโยธิน 44 แยก 8 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ สวป.สน.บางเขน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. นำรถน้ำดับเพลิง จำนวน 2 คันและอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู


ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นปลูกติดกันจำนวน 4 คูหา ภายในบ้านเลขที่ 224/3 พบมีกลุ่มควันบริเวณชั้นล่างและชั้นที่ 2 มีแสงเพลิงอยู่ภายในห้องนอน เจ้าหน้าที่จึงรีบฉีดน้ำดับไฟ นานกว่า 10 นาที จากการตรวจสอบห้องนอนชั้น 2 พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายทราบชื่อ น.ส.พร (ไม่ทราบนามสกุล)อายุ 38 ปีสภาพนอนหมดสติและมีบาดแผลถูกของมีคมที่ข้อมือขวา เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าช่วยเหลือนำออกจากห้องนอนและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่ง รพ.ภูมิพลฯ

เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพบบริเวณชั้นล่าง มีที่นอนปูพื้นและห้องครัว ส่วนภายในห้องนอนและบริเวณชั้น 2 ถูกไฟเผาไหม้เสียหาย

นายสุดใจ ปั่นหอม อายุ 50 ปี อาชีพ รปภ. เจ้าของห้องดังกล่าว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลา 22.00 น.วันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่มี นางนิ่ม แรมกลาง อายุ 38 ปีภรรยาตนโทรศัพท์มาบอกว่า น.ส.พร ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ใช้อาวุธมีดแทงที่ลำตัวนายสุรัตน์ ปั่นหอม อายุ 23 ปี บุตรชาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และรักษาตัวที่ห้องไอซียู ที่รพ.ภูมิพลฯจากนั้นภรรยาตนก็โทรศัพท์มาอีกครั้งว่าที่บ้านพักถูกไฟไหม้ จึงรีบเดินทางมาทันที ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกชายตนและลูกสะใภ้ จะมีปากเสียงทะเลาะกันอยู่บ่อยๆเนื่องจากลูกชาย ชอบไปเที่ยวกับเพื่อนๆและไม่ค่อยกลับบ้าน จนกระทั่งวันนี้ก็มีปากเสียงทะเลาะกันอีกครั้ง ขณะที่ลูกชายตนนอนหลับ น.ส.พร ได้ใช้อาวุธมีดแทงลูกชายได้รับบาดเจ็บ ภรรยาตนจึงรีบนำลูกชายส่งโรงพยาบาล จากนั้นลูกสะใภ้ก็เก็บตัวอยู่ในห้องนอนชั้น 2 ภายในบ้าน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนไม่คิดว่า น.ส.พร จะมีอาการหึงหวงลูกชายถึงขนาดต้องเผาบ้าน

Advertisement

ร.ต.ท.พงศ์พล กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนพยานคาดว่า น.ส.พร หลังจากมีปากเสียงทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายแฟนหนุ่ม แล้วเกิดความเครียดจึงเผาบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ต้องรอให้แพทย์รักษาตัว น.ส.พร จนอาการดีขึ้นก่อน จากนั้นจึงนำตัวมาสอบปากคำเพื่อสรุปสาเหตุต่อไป