“ตร.ภาค7″ยันเส้นทาง-พยานครูปรีชาแน่นไม่พบพิรุธ-จ่อเรียกหมวดจรูญข้อหายักยอกทรัพย์ที่หาย-รับของโจร”

31.01.18 | 18:19 น.

ผู้สื่อข่าวรสยงานว่า เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ศูนย์ปฎิบัติการ(ศปก.)ตำรวจภูธรภาค7 ชั้น4 สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7 อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 แถลงว่า คณะทำงานตำรวจภูธรภาค7 ที่มีพล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผบช.ภ.7 เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ได้สืบค้นหาเส้นทางการเดินทางของสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 533726 ทั้ง 5 ใบ (ชุดที่ 04 ,07 , 14 , 15 และ 22) จากสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี โดยยี่ปั๊ว ขายให้น.ส.พัชริดา พรมตา (แม่ค้าคนที่1) ซึ่งเป็น1ใน5แผงที่ขายประจำในตลาดเรดซิตี้ จากการสอบพยานยังยืนยันว่าแม่ค้าคนที่1 ได้ขายสลากเลขดังกล่าวทั้งชุด 5ใบ ให้แก่แม่ค้าแผงที่ 4 หรือนางรัตนา สุภาทิพย์ ซึ่งได้ขายสลากชุดนี้ให้แก่ นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา จริง และมีพยานบุคคลยืนยันว่าเคยเห็นสลากหมายเลข 633726 ที่ แผงของนางรัตนา สุภาทิพย์ เนื่องจากจะขอแบ่งซื้อ แต่นางรัตนา ไม่ขายให้บอกว่ามีคนจองไว้แล้ว ซึ่งจากการสอบพยานบุคคลทั้งหมดไม่พบพิรุธ และเป็นไปตามเส้นทาง ประกอบกับการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของครูปรีชา พบว่ามีการใช้ที่ตลาดเรดซิตี้ ทำให้คณะทำงานตำรวจภาค 7 เชื่อได้ว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดเจ้าปัญหานี้ เป็นของนายปรีชา ใคร่ครวญหรือครูปรีชา


ส่วนกรณีที่ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการบำนาญ(ตำรวจ) แม้นจะยืนยันว่าซื้อมาจากตลาดเรดซิตี้ แต่จำแม่ค้าไม่ได้ หรือเก็บสลากกินแล่งรัฐบาลได้นั้นการสอบสวนพบว่า แม่ค้าในตลาดยินยันว่าร.ต.ท.จรูญ ไม่เคยซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในตลาดนี้ แต่มีพยานยืนยันว่าเห็นร.ต.ท.จรูญ เก็บสลากกินแบ่งรัฐบาลจากพื้นไว้ในมือ และตรวจพบการใช้โทรศัพท์มือถือของภรรยาร.ต.ท.จรูญ ในตลาดเรดซิตี้ และผลการตรวจลายนิ้วมือแฝง พบลายนิ้วมือแฝงของร.ต.ท.จรูญ ที่สลากกินแบ่งรัฐบาล 2 ใบ และพบของคนอื่นอีก แต่ลายเส้นน้อยมากไม่สามารถสืบค้นได้ ส่วนสารพันธุกรรมนั้น พบหลายคนแต่จำนวนพันธุกรรมน้อยมากน้อยเกินกว่าที่จะตรวจยืนยันบุคคลได้

พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 กล่าวว่า ในเบื้องต้นนี้ สรุปว่า ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกร.ต.ท.จรู วิมูล อดีตข้าราชการบำนาญ(ตำรวจ) ชาวตำบลปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี มารับทราบข้อกล่าวหา ว่า”ยักยอกทรัพย์ที่หาย และรับของโจร” และหรือหากร.ต.ท.จรู วิมูล อดีตข้าราชการบำนาญ(ตำรวจ)มีพยานหลักฐาน หรือพยานบุคคลใดที่สามารถนำมายืนยัน หรือนำมาให้ข่อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนได้ เพราะพยานบุคคล เมื่อมีการยินยันพนักงานสอบสวนต่องสอบไว้เป็นหลักฐานในสำนวนทั้งหมด หากแต่ที่ผ่านมา ร.ต.ท.จรู วิมูล อดีตข้าราชการบำนาญ(ตำรวจ) บังไม่เคยนำพยานบุคคลมาให้พนักงานสอบสวนสอบ มีเพียงแถลงต่อสื่อมวลชนเท่านั้น และหนือหากการเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาครั้งแนกนี้ไม่เป็นผล คือหากร.ต.ท.จรู วิมูล อดีตข้าราชการบำนาญ(ตำรวจ) ชาวตำบลปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี ไม่มาพบพนีกงานสอบสวน ตามที่เรียก พนักงานสอบสวนมีสิทธิ ออกหมายเรียกซ้ำอีกครั้ง ก่อนออกหมายจับหากไม่มาพบพนักงานสอบสวนถึงสองครั้งติดต่อ

อย่างไรก็ตาม ตำรวจภูธรภาค7 เราได้เร่งสืบสวนติดตาม เพื่อสืบค้นหาข่อมูลที่เป็นจริง และเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย เพื่อความยุติธรรม และเพื่อนำมาตอบสื่อมวลชน เนื่องจากสื่อมวลชนคือตัวแทนของประชาชน ที่คอยติดตาม สอบถาม เพื่อนำเสนอสู่สังคม ถึงประชาชน

Advertisement