จากกรณีที่ นายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี ที่อ้างว่าเป็นผู้ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 เลข 533726 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นจำนวนเงิน 30 ล้านบาท แต่สลากฯ ชุดดังกล่าวหายไป ต่อมา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ เป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล จนเกิดการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ซื้อและถูกรางวัล จนเกิดเป็นข้อสงสัยมานานเกือบ 2 เดือน ว่า เจ้าของลอตเตอรี่ที่แท้จริงคือใคร กระทั่งเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 ได้แถลงข่าวสรุปสำนวนคดีว่า ผลการสอบสวนมีมูลตามที่ นายปรีชา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ และหลังจากนี้จะออกหมายเรียก ร.ต.ท.จรูญ เพื่อมาให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา “ยักยอกทรัพย์ตกหล่น” และข้อหา “รับของโจร” ในขณะที่เรื่องนี้ก็ยังสร้างความครางแคลงใจให้กับสังคมในหลายประเด็น นั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้ 31 มกราคม ที่ห้องเรียนชั้น 2 อาคารหลวงปู่ดี โรงเรียนเทพมงคลรังษี นายปรีชา ใคร่ครวญ ได้สอนหนังสือตามปกติ โดยมีกองทัพสื่อมวลชนรอสัมภาษณ์อยู่บริเวณหน้าห้องเรียนเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้พยายามสัมภาษณ์นายปรีชาโดยมี พี่สาวของ นายปรีชา พยายามพา นายปรีชา เดินหลบหนีที่จะตอบคำถามกับผู้สื่อข่าวตลอดเวลา และนายปรีชากล่าวเพียงสั้นๆ ว่า รู้สึกสบายใจขึ้นมาก ในส่วนของพยานบุคคลที่ให้การว่า เห็น ร.ต.ท.จรูญ ก้มเก็บลอตเตอรี่ ตนไม่เคยพบพยานดังกล่าว ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล และรอให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน ส่วนกรณีที่สังคมยังครางแคลงใจสงสัย และกังขาว่า ตำรวจให้ความช่วยเหลือทางคดี ขอยืนยันว่าความจริงก็คือความจริง จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบจากหน่วยใด ได้ปรี่เข้ามาประชิดตัวและรีบพา นายปรีชา ขึ้นรถยนต์กระบะโตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กค 43 กทม. ที่มีคนขับติดเครื่องถอยมารอรับอยู่ก่อนหน้าแล้ว และขับออกจากโรงเรียนไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความงุนงงของผู้สื่อข่าว
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพักของ ร.ต.ท.จรูญ เลขที่ 299/110 หมู่ที่ 8 ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี หมู่บ้านศิริชัย โดย ร.ต.ท.จรูญ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบริเวณหน้าบ้านว่า ตนไม่เชื่อผลการสอบสวนที่ออกมา โดยยืนยันว่า ตนเป็นคนซื้อลอตเตอรี่ จะให้รับว่าเก็บลอตเตอรี่ได้ได้ยังไง และตามที่กล่าวอ้างว่ามีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพขณะที่ตนเก็บลอตเตอรี่ได้นั้น ตนไม่เชื่อว่ามีคลิปดังกล่าว ส่วนซองพลาสติกที่ใส่ลอตเตอรี่ไว้ ตนก็มอบให้กับพนักงานสอบสวนไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ จึงทำให้มีรอยนิ้วมือแฝงหลายรอยที่ไม่สามารถพิสูจน์ทางหลักนิติวิทยาศาสตร์ได้ เพราะจับกันหลายคน และคิดไว้แล้วว่าผลการสอบสวนจะออกมาเป็นเช่นนี้ และได้ทำใจไว้แล้ว ส่วนพยานหลักฐานที่ตนมีและจะใช้ต่อสู้คดีได้มอบให้กับทนายไว้แล้ว และในส่วนของเงินรางวัลที่เหลืออีกประมาณ 24 ล้านบาทเศษ ซึ่งทางฝ่าย นายปรีชา ได้ยื่นฟ้องแพ่ง ขอศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่ออายัดเงินไว้นั้น หลังจากนี้ก็ได้มอบหมายให้ทนายเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด กรณีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวน ก็ขอปรึกษากับทนายก่อนเช่นกัน ซึ่งมั่นใจว่าศาลจะให้ความยุติธรรม

“ผมไม่เชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตั้งแต่แรกแล้ว จึงได้เข้าไปร้องขอความเป็นธรรมจากกระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอ ซึ่งจากการที่ตัวเองถูกกระทำ รวมทั้งเหตุการณ์ที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เรียกเข้าไปพบที่บ้านพักเพื่อเจรจาเกลี่ยกล่อมให้รับว่าเก็บลอตเตอรี่ได้ แล้วให้นำเงินรางวัลมาแบ่งกัน ก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่าตำรวจในพื้นที่ไม่มีความเป็นกลาง และผมจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้ยิ่งเชื่อมั่นว่าเรื่องนี้ทำกันเป็นขบวนการตั้งแต่ต้น ส่วนคำพูดที่ นายปรีชา พูดว่า “เราทำบุญร่วมกัน ฉะนั้นเงินจำนวนนี้ก็มาแบ่งกัน วินวิน” เป็นเรื่องจริง ซึ่ง นายปรีชา จะพูดย้ำประโยคนั้นอยู่ตลอดเวลาในขณะที่เจอกัน” ร.ต.ท.จรูญกล่าวและว่าไม่ได้กังวลใจในการถูกแจ้งข้อกล่าวหา หากพนักงานสอบสวนเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาก็พร้อมที่จะเดินทางไปพบ ซึ่งเมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้น คงไม่มีใครสบายใจ และอยากฝากถึงประชาชน ขอให้ดูตนเป็นตัวอย่าง ทั้งๆ ที่ตนเป็นคนซื้อลอตเตอรี่มาโดยสุจริตใจและถูกกฎหมายแท้ๆ แต่กลับเกิดเรื่องราวอย่างนี้ขึ้นมาได้ พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายว่าตั้งแต่มีเกิดเรื่องยังไม่ได้ซื้อลอตเตอรี่อีกเลย แต่ยังไม่เข็ด ขอเวลาให้สบายขึ้นอีกนิดก็จะกลับไปเสี่ยงโชคอีก
“สำหรับผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกมาอย่างนี้ เชื่อว่าประชาชนใช้ดุลยพินิจตัดสินเองได้ว่า อะไรเป็นอะไร” ร.ต.ท.จรูญ กล่าวในที่สุด

