เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 31 มกราคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่หมู่บ้านพฤกษา 68 บ้านเลขที่ 86 /234 ต.ศรีษะจระเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ บ้านหลังดังกล่าวที่ชั้นล่างหน้าประตูทางเข้าพบประตูกระจกบานเลื่อนแตกกระจายและพบปลอกกระสุนขนาด .38 ซุปเปอร์ตกอยู่ 2 ปลอก และพบรอยเลือดหยดจำนวนมาก ภายในบ้านพบศพหญิงสาว ทราบชื่อต่อมา น.ส.เหมือนแพร ศรีสุวรรณ อายุ 33 ปี พนักงานบริษัท ฮิตาชิ ทรานสปอร์ต อดีตนักข่าวการเมือง สภาพศพถูกยิงเข้าหน้าบริเวณใบหน้าและลำตัวหลายแห่ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบรอยกระสุนที่บริเวณฝาผนังในบ้าน วงกบประตูหน้าบ้าน ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบว่าที่กำแพงข้างบ้านพบรอยเลือดติดอยู่ที่กำแพง คาดว่าคนร้ายหลังก่อเหตุได้หลบหนีออกไปทางข้างบ้าน และหน้าหน้าตู้ยามของหมู่บ้านพบมีรอยเลือดหยดเป็นทางด้วย
จากการสอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่ข้างบ้านที่เกิดเหตุ ทราบว่า ผู้ตายได้ซื้อบ้านหลังที่เกิดเหตุได้หลายเดือนแล้วและพักอาศัยอยู่ตามลำพังและมีชายหนุ่ม 3-4 คน ไปมาหาสู่ เนื่องจากว่าผู้ตายเป็นคนหน้าตาดี และวันเกิดเหตุเห็นผู้ตายกลับมาจากทำงาน และจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 5-6 นัด จึงพากันวิ่งออกมาดูก็พบว่า ผู้ตายถูกยิงนอนอยู่ในบ้านจึงได้แจ้งให้ตำรวจทราบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งประเด็นการเสียชีวิตไว้ 2-3 ประเด็นอาจจะขัดแย้งเรื่องส่วนตัว หรือ ชู้สาว และก่อนหน้านี้ผู้ตายได้ต่อว่า รปภ.ของหมู่บ้านอยู่ในไลน์กลุ่มกรรมการหมู่บ้านว่า ไม่ตรวจเข้มคนเข้าออกในหมู่บ้าน หากมีคนเข้ามาก่อเหตุร้ายในหมู่บ้านใครจะรับผิดชอบ
จากการสอบสวนจนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ต้องสงสัยคาดว่าเป็นฝีมือแฟนเก่า ชื่อนายต้อย ซึ่งได้เลิกรากันไปได้ประมาณ 3 เดือน ที่เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ โดยตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พบว่าหลังก่อเหตุได้ปีนออกทางด้านข้างบ้าน
ต่อมาเวลา 06.00 น.ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายยงยันย์ จันทะสะเร อายุ 38 ปี อดีตพนักงานขับรถบริษัทแห่งหนึ่งย่านบางพลี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับทาง พ.ต.ท.สำอาง ขาวสอาด สว.สส. สน.ทุ่งสองห้อง โดยรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิง น.ส.เหมือนแพร เสียชีวิต
เบื้องต้น นายยงยันย์ ให้การว่าเคยแต่งงานอยู่กินกับ น.ส.เหมือนแพร ผู้ตาย ก่อนเลิกราหย่าขาดกันไปแล้ว ก่อนเกิดเหตุตนได้ดื่มสุราจนเมา แล้วไปหาผู้ตายที่บ้านเพื่อพยายามง้อขอคืนดี แต่ผู้ตายปฏิเสธจนมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง และทางผู้ตายยังโทรศัพท์หาแฟนคนใหม่เพื่อให้มาช่วยเหลือ ทำให้บันดาลโทสะประกอบกับเมาสุราด้วยจึงขาดสติ ชักปืนที่พกมากระหน่ำยิงใส่หลายนัด ก่อนหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุไปยังแถวบางพลี แล้วโบกแท็กซี่เข้ามายังพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อสร่างเมาและตั้งสติได้เลยสำนึกผิด จึงตัดสินใจเดินทางเข้ามอบตัวที่ สน.ทุ่งสองห้อง ทันที สำหรับอาวุธปืนได้ทิ้งไปแล้วแถวสมุทรปราการ เบื้องต้น สน.ทุ่งสองห้อง ประสานไปยัง สภ.บางเสาธง ให้รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

