‘ประวิตร’สั่ง’จักรทิพย์’ยกระดับเข้มข้นปราบยาเสพติด-ผู้มีอิทธิพล-โอเวอร์สเตย์ คาดโทษหากปฏิบัติงานไม่ตามเป้า

1.02.18 | 16:43 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่1กุมภาพันธ์ ที่ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานมอบนโยบายการปฏิบัติราชการตำรวจ โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) รองผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการ(ผบช.) ผู้บังคับการ(ผบก.) ทั่วประเทศ รวม 169 นาย และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เลขาธิการกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง เป็นต้น

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวภายหลังการมอบนโยบาย ว่า การประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร กำชับ เน้นย้ำ การปฏิบัติหน้าที่ไว้3เรื่อง คือ การปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล การปราบปรามยาเสพติด และ การปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือนักท่องเที่ยวที่อยู่เกินเวลากฎหมายกำหนดหรือโอเวอร์สเตย์ ตนเองได้มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจภูธร 1 – 9 และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานผลการปฏิบัติให้ตนเองทราบภายระยะเวลา1 – 2เดือน หากกองบัญชาการใดมีผลการปฏิบัติไม่ตรงเป้าจะต้องถูกพิจารณากันบ้าง

“ในเรื่องยาเสพติด พล.อ.ประวิตร ยังได้เน้นย้ำให้มีการขยายผลไปยังบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง และประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้กระทำผิด เพื่อสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำผิดทั้งเครือข่าย ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอด มาตรการที่ได้กำชับฝ่ายปฏฺบัติ แก่ตำรวจทุกท้องที่นั้น ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการกดดันแต่อย่างใด แต่เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปราม การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ส่วนพล.อ.ประวิตร ไม่ได้คาดโทษใคร ถ้าคาดโทษคงคาดโทษผม”ผบ.ตร.กล่าว

Advertisement

ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในการประชุมได้รายงานเป้าหมายด้านยาเสพติดที่ต้องเร่งปราบปรามในช่วงเดือนนี้ทั้งสิ้น70เป้าหมาย แบ่งเป็นพื้นที่นครบาล27เป้าหมาย และภูธรภาคต่างๆ43เป้าหมาย ขณะที่เป้าหมายการปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั้งการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ขบวนการค้ามนุษย์ ค้าอาวุธสงคราม และความผิดอื่นๆรวม814เป้าหมาย ด้านเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่อยู่เกินเวลาที่กฎหมายกำหนดรวมกว่า8,788ราย ขณะที่เป้าหมายอาชญากรรมข้ามชาติมีจำนวน1,908เป้าหมาย การติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการตั้งรางวัลนำจับ 282 ราย เป็นผู้ต้องหาความผิดเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงยาเสพติด