การปราบมาเฟีย ซุ้มมือปืนรับจ้าง ผู้มีอิทธิพล ต่างด้าว และขบวนการค้ายาเสพติด ถูกตีปี๊บขึ้นมาอีกครั้ง ภายหลังจากบิ๊กป้อมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั่งหัวโต๊ะ มอบนโยบายด้านการปราบปรามแก่นายตำรวจระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) หน่วยปฏิบัติทั่วประเทศ โดยมี บิ๊กแป๊ะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นำคณะรอง ผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร. และตำแหน่งเทียบเท่า ร่วมรับฟัง ที่ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อินไซด์ในการประชุม พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (ผบช.สยศ.ตร.) กล่าวในการเปิดงานมอบนโยบาย ประกาศเป้าหมายเดือนกุมภาพันธ์ โดยกำหนดเป้าหมายสืบสวนปราบปรามอาชญากรรม 4 กลุ่มเป้าหมาย เป็นการบ้านที่ทุกหน่วยปฏิบัติต้องทำให้สำเร็จ ตามนโยบายรัฐบาล ดังนี้
1.กลุ่มเป้าหมายยาเสพติดของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ทั่วประเทศ 70 เป้าหมาย แยกเป็น กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) 28 เป้าหมาย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) จำนวน 19 เป้าหมาย บช.ภ.2 จำนวน 2 เป้าหมาย บช.ภ.3 จำนวน 3 เป้าหมาย บช.ภ.4 จำนวน 4 เป้าหมาย บช.ภ.5 จำนวน 3 เป้าหมาย บช.ภ.7 จำนวน 6 เป้าหมาย บช.ภ.8 จำนวน 3 เป้าหมาย และ บช.ภ.9 จำนวน 3 เป้าหมาย
2.กลุ่มเป้าหมายผู้มีอิทธิพล รวม 814 เป้าหมาย จำแนกเป็นกลุ่มย่อย ดังนี้ กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ (เงินกู้นอกระบบ ฮั้วประมูล ของเถื่อน บุกรุกที่ดิน หลอกลวงนักท่องเที่ยว) 115 เป้าหมาย กลุ่มผู้มีอิทธิพลเรียกรับผลประโยชน์ ทวงหนี้ 13 เป้าหมาย กลุ่มผู้มีอิทธิพลเกี่ยวกับการค้าผู้หญิง เด็ก และแรงงาน 98 เป้าหมาย กลุ่มผู้มีอิทธิพลเกี่ยวกับการพนัน 31 เป้าหมาย กลุ่มผู้มีอิทธิพลเกี่ยวกับมือปืนรับจ้างและอาวุธสงคราม 275 เป้าหมาย และกลุ่มผู้มีอิทธิพลเกี่ยวกับยาเสพติด 282 เป้าหมายทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามพื้นที่ พบพื้นที่ที่มีผู้มีอิทธิพลในเป้าหมายกวาดล้างมากที่สุดคือ บช.ภ.7 จำนวน 261 เป้าหมาย รองลงมาในเขตรับผิดชอบตำรวจตระเวนชายแดน 142 เป้าหมาย บช.ภ.9 จำนวน 105 เป้าหมาย เป็นต้น
3.กลุ่มเป้าหมายต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือโอเวอร์สเตย์ รวม 8,788 เป้าหมาย จำแนกเป็นคนต่างด้าวอยู่เกินตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป 32 ราย คนต่างด้าวที่อยู่เกินตั้งแต่ 90 วันถึง 1 ปี 4,480 ราย และคนต่างด้าวอยู่น้อยกว่า 90 วัน 8,296 ราย
ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามพื้นที่ พบว่าใน บช.น. มีกลุ่มต่างด้าวโอเวอร์สเตย์มากที่สุด 2,296 ราย รองลงมาคือ บช.ภ.8 พื้นที่ภาคใต้ตอนบน 1,799 ราย ลำดับ 3 พื้นที่ บช.ภ.2 เขตภาคตะวันออก 1,639 ราย
ขณะเดียวกันพบว่า กลุ่มเป้าหมายโอเวอร์สเตย์ 27 สัญชาติ ตามที่มอบหมายกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ไปสืบสวนปราบปรามจำนวน 1,908 ราย โดยกลุ่มนี้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ปลอมบัตรเครดิต อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ แรงงาน คดีเกี่ยวกับทรัพย์ การพนัน และมาเฟีย
และ 4.กลุ่มประกาศสืบจับมีเงินสินบนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวม 282 หมายจับ ในอัตราหมายจับตั้งแต่ 50,000 ถึง 100,000 บาท โดยแยกตามข้อหาได้ ดังนี้ กลุ่มความผิดในชีวิตร่างกาย และเพศ ข้อหาฆ่า 129 หมายจับ พยายามฆ่า 13 หมายจับ พฤติการณ์เป็นมือปืนรับจ้าง 62 หมายจับ
กลุ่มความผิดแรงงานและค้ามนุษย์ ข้อหาค้ามนุษย์ 5 หมายจับ อนาจาร 1 หมายจับ หลอกทำงานต่างประเทศ 3 หมายจับ กลุ่มความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ข้อหาชิงทรัพย์ 4 หมายจับ ยักยอกทรัพย์ 5 หมายจับ ปล้นทรัพย์ 9 หมายจับ ลักทรัพย์ 1 หมายจับ ฉ้อโกง 7 หมายจับ ฟอกเงิน 1 หมายจับ และวางเพลิง 2 หมายจับ กลุ่มความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย ข้อหายาเสพติด 25 หมายจับ กลุ่มความผิดอื่นๆ อาทิ หลบหนีหมายศาล 1 หมายจับ เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ 9 หมายจับ เจ้าพนักงานเรียกรับสินบน 1 หมายจับ ต่อสู้เจ้าพนักงาน 1 หมายจับ ให้สินบนเจ้าพนักงาน 1 หมายจับ หมิ่นฯ 2 หมายจับ
ทั้งนี้ ในการประชุม พล.อ.ประวิตรขึ้นมอบนโยบาย โดยกล่าวชื่นชมผลงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะการยกระดับการให้บริการของสถานีตำรวจ ทั้งการปรับปรุงด้านกายภาพ และการสร้างจิตสำนึกในการให้บริการของข้าราชการตำรวจ การปรับปรุงด้านกายภาพ และการสร้างจิตสำนึกในการให้บริการของข้าราชการตำรวจเป็นเรื่องยาก แต่ก็สามารถทำได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะทุกวันนี้ภาพลบของตำรวจในโซเชียลมีเดีย ลดลงอย่างชัดเจน การลดอุบัติเหตุและการสูญเสียชีวิตทรัพย์สินบนท้องถนน ในช่วงสงกรานต์และปีใหม่ที่ผ่านมา มีสถิติบ่งชี้ถึงความพยายามอย่างมีนัยสำคัญ แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนอย่าแก้แต่เฉพาะช่วงเทศกาล ต้องปลูกฝังวินัยจราจรด้วย นอกจากจะแก้อุบัติเหตุได้แล้ว ยังแก้ปัญหาจราจรติดได้ด้วย
เรื่องการปราบปรามสินค้าลิขสิทธิ์ที่ทำให้สหรัฐอเมริกาประกาศยกเลิกรายชื่อประเทศไทยออกจากบัญชีเฝ้าดู และการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ตำรวจมีผลจับกุมดำเนินคดีมากที่สุด แต่ต้องเน้นเรื่องการทำสำนวนให้ศาลลงโทษ เพราะที่ผ่านมาทำสำนวนแล้วหลุด แต่หลักการคือต้องทำอย่างตรงไปตรงมา รัดกุมเพื่อการยึดทรัพย์ได้ด้วย และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการเข้าไปข้องเกี่ยวก็ไม่มีการช่วยเหลือกัน พล.อ.ประวิตรกล่าวในวงประชุม
นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตรได้กำชับว่า เป้าหมายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งไว้ การปราบปรามอาชญากรรม 4 กลุ่มมีความสำคัญมาก เพราะไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ยังส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งความเชื่อมั่นในสายตานานาชาติด้วย
กรณีคนต่างชาติอยู่เกินกำหนดมากกว่า 8,000 ราย ถือเป็นเรื่องที่ปล่อยกันมานาน การระดมให้ทุกหน่วยในพื้นที่ร่วมปฏิบัติเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นจะมีคนต่างด้าวแอบแฝงเข้ามาอีก หลังจากกวาดล้างครั้งนี้แล้ว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองต้องวางระบบตรวจสอบ คัดกรอง ไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาอีก ถ้าปล่อยปละละเลยจะต้องถูกพิจารณาข้อบกพร่องอย่างเด็ดขาด ตรงไปตรงมา
เรื่องผู้มีอิทธิพลถึงแม้จะดำเนินการหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ จากเป้าหมายที่นำเสนอพบว่ายังมีพฤติการณ์เกิดขึ้นหลายพื้นที่ ขอให้เอาจริงเอาจัง กอ.รมน. ฝ่ายปกครอง หน่วยงานเฉพาะทางต้องช่วยตำรวจ ต้องดำเนินการกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐที่ช่วยเหลือสนับสนุน ต้องดำเนินการยึดทรัพย์เพื่อไม่ให้กลับไปทำผิดได้อีก ต้องดำเนินการเด็ดขาด เพราะส่งผลกระทบต่อสังคม อย่าปล่อยให้มีผู้มีอิทธิพล เพราะทำให้ประชาชนหวาดกลัว
อีกเรื่องคือเรื่องการค้ามนุษย์ ต้องเน้นเรื่องการทำสำนวนให้ศาลลงโทษ เพราะที่ผ่านมาทำสำนวนแล้วหลุด แต่หลักการคือต้องทำอย่างตรงไปตรงมา หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการเข้าไปข้องเกี่ยวก็ไม่มีการช่วยเหลือกัน
ยาเสพติด ถึงแม้จะมีผลการจับกุมเพิ่มขึ้นแต่ปริมาณยาเสพติดที่รอลักลอบมาจากชายแดนยังมีจำนวนมาก จึงต้องเอาจริงเอาจังกับเครือข่ายขบวนการ นายทุน ผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และต้องสกัดกั้นการนำเข้า กดดันเป้าหมาย ควบคุมพื้นที่ชั้นใน สร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเสี่ยง ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้มีภูมิคุ้มกันเพื่อความยั่งยืนในอนาคต ยาเสพติดเป็นต้นเหตุอาชญากรรม เรื่องนี้ต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ ต้องทำให้ยาเสพติดหมดไปจากแผ่นดิน พล.อ.ประวิตรกำชับในที่ประชุม
เป้าหมายสืบสวนปราบปรามอาชญา กรรม 4 กลุ่ม จึงเป็นการบ้านของเหล่า
สีกากีที่ต้องเร่งสะสาง!!

