เมื่อเวลา 19.10 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งถึงหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ปลัด วท. ประธานกรรมการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) และคณะกรรมการจัดงานเฝ้าฯรับเสด็จ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา และผู้แทน สดร. ทูลเกล้าฯถวายพวงมาลัย

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพลับพลาพิธี ทรงประทับพระราชอาสน์ นายศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการ สดร.เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯถวายสูจิบัตร นายชูชาติ แพน้อย ที่ปรึกษาหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯถวายของที่ระลึก นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรี วท. กราบบังคมทูลรายงานและกราบบังคมทูลเบิกผู้แทนทีมชนะเลิศการประกวดวาดภาพกำแพงลานดูดาวในหัวข้อ “ดาราศาสตร์สร้างประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างไร” จำนวน 3 ราย แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และประชาชนทั่วไป จัดประกวดไปเมื่อวันที่ 20-21 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา และเบิกผู้มีอุปการคุณเข้ารับพระราชทานของที่ระลึก จำนวน 67 ราย
จากนั้น เสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังแท่นกดปุ่มไฟฟ้า ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายชื่อ “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา” และเสด็จเข้าอาคารนิทรรศการ บริเวณโถงทางเข้าจัดทำเป็นเพดานดาวจำลองตำแหน่งดาวเคราะห์ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งเป็นวันกำหนดเปิดหอดูดาวฯแห่งนี้ ทรงลงพระนามาภิไธยในแผ่นโลหะ จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการทางดาราศาสตร์ จัดแสดงในรูปแบบชุดการเรียนรู้ดาราศาสตร์แบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เสมือนจริง ประกอบด้วยนิทรรศการทั้งหมด 14 โซน อาทิ เครื่องตรวจจับรังสีคอสมิก แสงและสเปกตรัม การทำงานของกล้องโทรทรรศน์ การเกิดเฟสดวงจันทร์ หลุมดวงจันทร์ การหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์แก๊ส น้ำหนักบนดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ อุกกาบาต ฤดูกาลและการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ เป็นต้น จากนั้นเสด็จเข้าห้องฉายดาว ทอดพระเนตรการสาธิตการใช้งานท้องฟ้าจำลองระบบฟูลโดมดิจิทัล เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร มุมมอง 360 องศา คมชัดเสมือนจริง และภาพยนตร์ “150 ปี สุริยุปราคาหว้ากอ”

ต่อมา เสด็จออกจากห้องฉายดาวไปยังสวนพฤกษศาสตร์หอดูดาว ทรงปลูกต้นสัก จำนวน 1 ต้น และเสด็จฯไปยังศาลามูลนิธิสันติธรรมาธร ทรงวางพวงมาลัยสักการะพระพุทธโสธรจำลอง ทรงคม และเสด็จฯไปยังเต็นท์นิทรรศการ เพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการยุววิจัยดาราศาสตร์ ได้แก่ การหาขนาดของดวงอาทิตย์จากการเคลื่อนที่ของสถานีอวกาศนานาชาติผ่านหน้าดวงอาทิตย์ การศึกษาสมบัติของดาวฤกษ์ในกลุ่มดาวหมีใหญ่ การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองศาของดวงอาทิตย์กับการขันของไก่ และการศึกษาการเปรียบเทียบการเกิดแกรนูลบนดวงอาทิตย์บริเวณที่มีและไม่มีจุด Sunspot บนดวงอาทิตย์ กิจกรรมชุมนุมดาราศาสตร์ ได้แก่ สร้างสื่อดาราศาสตร์สำหรับคนตาบอด และนักสื่อสารดาราศาสตร์น้อย โครงการภายใต้การดำเนินงานของหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ฉะเชิงเทรา จากนั้นเสด็จออกจากเต็นท์นิทรรศการไปยังอาคารดูดาว ผ่าน Planet Walk ทอดพระเนตรแบบจำลองดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ มีอาคารฉายดาวเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ และมีดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ รายล้อม พร้อมทอดพระเนตรภาพวาดกำแพงลานดูดาว ศิลปะภาพวาดดาราศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย


เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงอาคารดูดาว ทรงทอดพระเนตรทัศนียภาพมุมสูงของหอดูดาวฯ อาทิ สโตนเฮนจ์จำลอง สัมราฏยันตระจำลอง และลานดูดาว สำหรับจัดกิจกรรมดูดาวกลางแจ้ง พื้นลานดูดาวได้จัดทำเป็นสัญลักษณ์กลุ่มดาวหมีใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ฉะเชิงเทราอีกด้วย จากนั้นทอดพระเนตรการทำงานของกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กบริเวณระเบียงดาว และเสด็จฯทอดพระเนตรการทำงานของกล้องโทรทรรศน์หลัก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ภายในโดมไฟเบอร์กลาสทรงคล้ายเปลือกหอย เปิดออกได้ 180 องศา สังเกตท้องฟ้าได้รอบทิศทาง ทรงบันทึกภาพเนบิวลารันนิ่งแมน (Running Man Nebula, NGC1977) เป็นหนึ่งในเนบิวลากลุ่มดาวนายพราน อยู่บริเวณดาบนายพราน ห่างจากโลก 1,500 ปีแสง จัดเป็นเนบิวลาชนิดสะท้อนแสง ที่สะท้อนแสงจากกลุ่มดาวฤกษ์ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง มักเห็นเป็นสีน้ำเงิน เนื่องจากเกิดการกระเจิงของแสงในช่วงแสงสีน้ำเงินได้ดีกว่าช่วงแสงสีแดง
หลังจากนั้น เสด็จลงชั้น 1 ทางบันได ออกจากอาคารดูดาว ไปยังลานดูดาว ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีประชาชนชาวฉะเชิงเทราร่วมเฝ้าฯรับเสด็จอย่างเนืองแน่นกว่า 500 คน จากนั้นเสด็จฯประทับรถยนต์พระที่นั่งกลับวังสระปทุม เวลาประมาณ 22.00 น.
หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา เป็นหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเต็มรูปแบบ แห่งที่ 2 ของประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 999 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา บนพื้นที่ 36 ไร่ ที่วัดวังเย็นมอบให้จัดสร้างหอดูดาวฯ มีเป้าหมายหลักให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์สำหรับประชาชนและสถานศึกษาในท้องถิ่น สนับสนุนการบริการวิชาการด้านดาราศาสตร์แก่ชุมชน สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวิชาการที่สำคัญของภูมิภาคอีกด้วย เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ท้องฟ้าจำลองระบบฟูลโดมดิจิทัล ค่าธรรมเนียม นักเรียน/นักศึกษา 30 บาท บุคคลทั่วไป 50 บาท ส่วนนิทรรศการดาราศาสตร์ไม่เสียค่าธรรมเนียม และมีกิจกรรมดูดาว (NARIT Public Night) ทุกวันเสาร์ 18.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร 08-4088-2264 หรือ www.NARIT.or.th, www.facebook.com/NARITPage

