รวบ 2อดีตตร.บ้านกรรโชกทรัพย์ร้านข้าวแกง อ้างมีลูกพี่’ผู้กองดา’อยู่เบื้องหลัง

3.02.18 | 14:13 น.

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ตำรวจคอมมานโดกองปราบปราม จับนายสุรศักดิ์ กรวยสวัสดิ์ และนายสุริยา กวยระดาน อดีตอาสาสมัครตำรวจบ้าน สน. วังทองหลาง อ้างตัวเป็นตำรวจคอมมานโด รีดทรัพย์เจ้าของร้านข้าวแกงย่านวังทองหลาง พบประวัติทำมาแล้วหลังครั้ง แต่ย่ามใจจะมาเอาเงินเพิ่ม เลยถูกตำรวจจริงซ้อนแผนจับได้ขณะเข้ามากรรโชกทรัพย์

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้กำกับการกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ หรือ คอมมานโดกองปราบปราม กล่าวว่า ได้รับการประสานจากตำรวจ 191 ว่ามีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนว่าถูกบุคคลแอบอ้างเป็นตำรวจคอมมานโดกองปราบฯอุ้มไปรีดทรัพย์ เมื่อได้รับข้อมูลจึงได้ตรวจสอบ จนพบว่า บุคคลที่แอบอ้างไม่ได้เป็นข้าราชการตำรวจในสังกัดคอมมานโดกองปราบปราม จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนออกหาข้อมูลและวางแผนจับตัวผู้ต้องหา จนทราบว่าผู้ต้องหาจะมารับเงินงวดสุดท้ายจากผู้เสียหาย ตำรวจจึงซ้อนแผนเข้าจับกุม

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองคนรับสารภาพว่า เคยทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครตำรวจของสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง จึงรู้ขั้นตอนการทำงานของตำรวจ และคิดรวยทางลัดนำรูปแบบการทำงานไปหากินผิดกฎหมาย ด้วยการออกตระเวนในพื้นที่หัวหมาก วังทองหลาง และโชคชัย 4 หากพบผู้ที่ทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผู้มีพฤติกรรมเป็นกลุ่มเสี่ยงในคดียาเสพติด ก็จะเข้าตรวจค้น หากพบยาเสพติดหรือของผิดกฎหมาย ก็จะเจรจาเรียกรับทรัพย์สินแลกกับการไม่ดำเนินคดี กระทั่ง มาเจอเจ้าของร้านข้าวแกง มียาเสพติดประเภทน้ำต้มใบกระท่อมจึงนำตัวขึ้นรถ แล้วขับมาที่หน้ากองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ หรือคอมมานโดกองปราบปราม ภายในซอยโชคชัย 4 เพื่อข่มขู่ว่าผู้เสียหายจะยอมจ่ายเงินหรือไม่ หากไม่จ่ายจะเลี้ยวเข้าไปส่งตัวให้ร้อยเวรดำเนินคดีทันที ครั้งนี้ผู้เสียหายยอมจ่าย 30,000 บาท แต่มีเงินเพียงแค่ 20,000 บาท จึงขอเลื่อนจ่าย 10.000 บาท ที่เหลือภายหลัง เมื่อกลับมาบ้านจึงนำเรื่องไปปรึกษาครอบครัวก่อนตัดสินใจ นำภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านที่บันทึกเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุไปแจ้งตำรวจ 191 ให้ตรวจสอบว่าบุคคลในภาพเป็นตำรวจจริงหรือไม่

ตำรวจ 191 จึงได้ประสานงานมาก่อนจะพบว่าทั้งคู่ไม่ได้เป็นตำรวจ จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ครบกำหนดวันมารับเงินอีก 10,000 บาทที่เหลือ ผู้ต้องหาทั้งสองคนก็มาตามนัด ตำรวจจึงเข้าแสดงตัวและจับกุมตัวมาดำเนินคดี

ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่ามีลูกพี่ซึ่งเป็นคนมีสีชื่อ “ผู้กองดา” คอยสั่งการอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเงินที่ได้จะถูกส่งให้ลูกพี่ก่อนจะจัดสรรปันส่วน ที่ผ่านมาก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดตำรวจคอมมานโดกองปราบปราม กำลังประสานหน่วยเกี่ยวข้องสืบสวนขยายผลเครือข่ายของผู้ต้องหากลุ่มนี้ เพราะจากพฤติการณ์เชื่อว่าน่าจะก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งคดีในลักษณะนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจเสียหายอย่างมาก