เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 ที่สนามบินท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางมาตรวจราชการที่จ.ตราดในต.ห้วงน้ำขาว และต.หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด
โดยที่สนามบินท่าโสม นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจ.ตราด และส่วนราชการ พร้อมภาคเอกชนนำโดยนายพรชัย เขมะพรรค์พงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.ตราด นายสุขสันต์ ก่อสง่าลักษณ์ นายกสมาคมโรงแรม รีสอร์ท จ.ตราด ได้เดินทางมาต้อนรับ และนำเสนอข้อเรียกร้องให้ทางรัฐมนตรีแก้ปัญหาการท่องเที่ยวของอ.เกาะช้างที่เป็นปัญหาอยู่
นายประเสริญ กล่าวกับรัฐมนตรีว่า ทางจ.ตราดและภาคเอกชนต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวของเกาะช้างให้เติบโตและเพิ่มศักยภาพมากขึ้นมแต่ติดปัญหาทั้งถนนที่ยังไม่รอบเกาะช้าง อ่างเก็บน้ำก็ไม่มีและเริ่มขาดแคลนทำให้ภาคเอกชนต้องการจะให้แก้ปัญหาซึ่งโครงการแต่ละเรื่องได้ผ่านการศึกษาและทำแผนมาแล้ว รวม 7 โครงการจะใช้งบประมาณกว่า 3.3 พันล้านบาท ซึ่งภาคเอกชนจะได้นำเสนอนายกรัฐมนตรีด้วย
นายสุขสันต์ ได้เสนอว่า ปัจจุบันเกาะช้างมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาปีละ กว่า 2 ล้านคน และสามารถสร้างรายได้มากกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่อุปสรรคในการส่งเสริมการท่องเที่ยวก็คือ ถนนรอบเกาะช้าง ที่ยังขาดอยู่ 9.8กม.ติดปัญหาเรื่องเข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ซึ่งหากสามารถสร้างได้จะส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น อีกเรื่องคือ การก่อสร้างสะพานข้ามเกาะช้าง ที่วันนี้ชาวเกาะช้าง และนักท่องเที่ยวมีความต้องการ เนื่องจากเวลาลงหรือขึ้นเกาะช้างจะใช้เวลานานหลายชั่วโมงเพราะการเดินทางด้วยเรืองเฟอร์รี่ล่าช้า รวมทั้งเรื่องการขาดแคลนน้ำในเกาะช้างซึ่งวันนี้มีการศึกษาเรื่องการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำไว้แล้ว เหลือแต่เรื่องการดำเนินการก่อสร้างเท่านั้น นอกจากนี้ เรื่องปัญหาขยะและน้ำเสียที่เริ่มมีผลกระทบเพราะจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นแต่โรงขยะและบำบัดน้ำเสียชำรุดและเทคโนโลยี่เก่าทำให้ไม่สามารถกำจัดได้ ซึ่งอาจจะก่อปัญหาในอนาคต
ทางด้านนางวิภา สุเนตร เลขาธิการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจ.ตราด เสนอความต้องการของผู้ประกอบการบนเกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด ว่า ผู้ประกอบการและชาวเกาะกูดต้องการควบคุมไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปในเกาะกูดเกินความต้องการและอยากจะจำกัดไม่ให้เดินทางเข้าไปมาก แต่ต้องให้ทางรัฐบาลสร้างมาตรการในการควบคุม
นายวีระศักดิ์ กล่าวกับคณะผู้ว่าราชการจ.ตราดและภาคเอกชนว่า การนำเสนอปัญหาความต้องการของภาคเอกชนทางนัฐบาลพร้อมรับฟัง แต่ต้องฟังข้อเสนอจากประชาชนด้วย ว่าต้องการอย่างไร ซึ่งหากจะสร้างสะพานและถนนรอบเกาะช้างจะทำให้เกาะช้างกลายเป็นเกาะฮ่องกงท่ีมีแต่ตึกระฟ้า และมีสภาพแวดล้อมท่ีเสื่อมโทรม หรือต้องการให้เกาะช้างมีสภาพที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษ นักท่องเที่ยวที่มา 2 ล้านคน รายได้กว่า 2 หมื่นล้าน หากทำให้เกาะช้างมีสภาพที่แตกต่างจากเกาะสมุยหรือเกาะภูเก็ตที่มีถนนรอบเกาะแล้วสภาพแวดล้อมเสียไป แม้มีรายได้มากนักท่องเที่ยวสูง เกาะช้างต้องการเป็นเช่นนั้นก็ทำได้ แต่หากให้เกาะช้างเป็นเกาะที่มีลักษณะพิเศษ ที่มีแหล่งธรรมชาติสูงและควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ควบคุมขยะแบบภูกระดึง จ.เลย น่าจะกำหนดกลุ่มนักท่องเที่ยวได้ และให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับไฮเอนท์จะสร้างรายได้มากกว่า การที่จะก่อสร้างถนนผ่านอุทยานฯเกาะช้างก็ต้องถามเจ้าของพื้นที่ก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่
“เรื่องอ่างเก็บน้ำสูงโอกาสเพราะได้ประโยชน์ทุกกลุ่ม แต่ต้องมองว่า อ่างเก็บน้ำจะมีผลกระทบกับพื้นที่มากน้อยแค่ไหน ส่วนเรื่องขยะและน้ำเสียเรื่องนี้น่าสนใจ ว่าจะเลือกรูปแบบไหนดี จะควบคุมอย่างที่ภูกระดึงก็ได้ เพราะสามารถควบคุมได้ทั้งระบบ แต่ที่เกาะช้างจะมีการชั่นน้ำหนักที่เรือเฟอร์รี่ได้หรือไม่แล้วเก็บเงินค่าประกัน และเมื่อกลับมาน่ำหนักเท่าเดิทก็เอาเงินคืนไป หากน้ำหนักลดไปก็ต้องถูกปรับตามน้ำหนัก หรือการสร้างระบบกำจัดขยะแบบที่เป็นแบบอย่างในจังหวัดอื่นๆ เช่นท่ี จ.น่านก็ทำได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องคิด”
นายวีระศักดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังรับฟังข้อเสนอว่า วันนี้ชาวเกาะช้างและผู้การต้องหารือกันว่าจะกำหนดให้เกาะช้างเป็นเช่นใด ในข้อเสนอ เพราะการจะทำให้แหล่งท่องเที่ยวเกาะช้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั้งยืนยังสามารถทำได้ ส่วนที่ภูเก็ต และเกาะสมุยไม่สามารถทำให้กลับคืนมาได้แล้ว แต่เกาะช้างที่เป็นเกาะขนาดใหญ่และสามารถทำได้เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตอุทยานแห่งชาติจึงน่าจะสามารถทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความแตกต่างจากที่อื่นๆและหากทำได้ด้วยการควบคุมขยะไม่ให้เข้าไปในเกาะช้างได้ เกาะช้างก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบของกลุ่มประเทศอาเซียนได้ หรือที่เกาะกูดที่จะควบคุมไม่ให้นักท่องเที่ยวเกินความต้องการยิ่งดี เพราะจะเกิดเสน่ห์กับเกาะกูด เพราะเกินจำนวนที่ต้องการก็เดินทางไปไม่ได้ เหมือนอย่างที่ประเทศภูฏานที่ควบคุมจนเกิดความสำเร็จอย่างแท้จริง


