เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกนัดตรวจหลักฐานคดี ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น เป็นจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 12 ราย ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 343 และขอให้จำเลยทั้ง 11 ราย ร่วมกันคืนเงินให้ผู้ต้องหารวม 2,254 ราย
โจทก์ฟ้องระบุความผิด สรุปว่า ระหว่างเดือนมกราคม 2551-ธันวาคม 2555 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดเจน จำเลยร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โดยจำเลยทั้งหมดได้ร่วมกันทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น กับสมาชิกสมทบ ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์ จำนวน 28 ราย รวมเงินสัญญากู้ยืม 11,858,440,000 บาท โดยมิได้มีการกู้ยืมเงินกันจริง และร่วมกันทำบันทึกรายการทางการเงินอันเป็นเท็จ ซึ่งการทำสัญญากู้ยืมเพื่อปกปิดการทุจริตหรือการเบิกจ่ายเงินทดรองจ่ายที่ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับระเบียบของสหกรณ์ หรือนำมาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อตกแต่งบัญชีสหกรณ์ฯ ให้เป็นเท็จว่าผลประกอบการของสหกรณ์มีกำไรสุทธิ ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้วผลการดำเนินงานของสหกรณ์ฯ ขาดทุนสุทธิจำนวนมากมาตลอด เหตุเกิดที่แขวงคลองจั่น บางกะปิ กทม. โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายศุภชัย ศรีศุภอักษร จำเลยที่ 1 มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ, นางทองพิน กันล้อม จำเลยที่ 4 และนางวันเพ็ญ ยอดดี จำเลยที่ 13 มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วนจำเลยอื่นที่รับการประกันตัว ได้เดินทางมาศาลเช่นกัน
เมื่อถึงเวลานัด อัยการโจทก์แถลงขอส่งพยานเอกสารเพิ่มเติมจำนวน 43 ฉบับ ขณะที่ศาลได้แจ้งให้ทนายความฝ่ายจำเลยรวมทั้งผู้รับมอบฉันทะทราบว่าเอกสารที่อัยการโจทก์ส่งมีจำนวนมาก 3,000 กว่าฉบับ และจะส่งเพิ่มเติมเข้ามาอีก จึงต้องให้ทนายฝ่ายจำเลยมาตรวจสอบเอกสารทั้งหมดก่อน และให้อัยการโจทก์จัดแยกเอกสาร โดยทำกลุ่มบัญชีพยานยื่นคำร้องเข้ามาต่อศาล เพื่อให้ศาลได้ทำการตรวจสอบบัญชีพยานแต่ละกลุ่ม รวมทั้งให้ฝ่ายจำเลยตรวจสอบว่ามีพยานปากใดที่จะสามารถตรวจรับกันได้บ้าง โดยโจทก์ขอระยะเวลาอีก 2 เดือน เพื่อรวบรวมพยานเอกสารทั้งหมดส่งต่อศาลให้ครบถ้วน ดังนั้นในวันนี้คู่ความทั้งสองฝ่ายจึงขอให้เลื่อนคดีออกไป
ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต โดยให้เลื่อนคดีไปนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐานของโจทก์ ในวันที่ 23 เมษายนนี้ เวลา 09.00 น.

