เมื่อเวลา 12.20น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค8(ผบช.ภ.8) พร้อมนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำกำลังเข้าตรวจสอบเดอะบิ๊กชิลล์บังกะโล รีสอร์ท ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงลาดชัน พื้นที่บ้านท้องศาลา หมู่ 1 ต.เกาะพะงัน ของนายถวิล ด่านวิริยะกุล ที่พบว่า ไม่มีเอกสารที่ดิน มีแต่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.5 ) แจ้งครอบครองจานวน 24-0-90 ไร่ ได้ตรวจยึดแจ้งความดำเนินคดี ตามคดีอาญาที่ 67/2561 ฐานบุกรุกป่า ตามพ.ร.บ.ป่าไม้
โดยนายถวิล กล่าวว่า ตนเกิดและโตที่เกาะพงัน ทำกินที่ดินนี้มานานกระทั่งปี 2555 ไปขออนุญาต อบต.สร้างรีสอร์ท เจ้าหน้าที่บอกให้อนุญาตไม่ได้ แต่ไปสร้างได้ เพราะใครๆก็ทำแบบนี้ทั้งนั้นให้เสียภาษีบำรุงท้องที่ ตนก็เชื่อและเสียภาษามาตลอด กระทั่งทราบวันนี้ว่าผิดกฎหมายบุกรุกป่า

ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า วันนี้ดำเนินการตามยุทธการทวงคืนผืนป่า ที่หน่วยความมั่นคงทั้งตำรวจ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกองทัพร่วมมือกันตรวจสอบการบุกรุกป่า ใน อ.เกาะสมุย และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ช่วงวันที่ 4มกราคมเป็นต้นมา โดยพบว่ามีการรุกล้ำทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่เกาะสมุย 48 แปลง /ราย ร้องทุกข์ดำเนินคดีแล้ว20 ราย พื้นที่เกาะพะงันพบ 19แปลง ร้องทุกข์ดำเนินคดีแล้ว 7ราย แต่ยังไม่มีการเชิญใครมาแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งนี้ยอมรับว่าการตรวจสอบต้องใช้เวลา กลุ่มที่ดำเนินคดีไปแล้วส่วนใหญ่เป็นรายย่อย คนในท้องถิ่น ที่หลายคนไม่รู้กฎหมาย ทำไปโดยเข้าใจผิด ตอนนี้ยังไม่พบนายทุนใหญ่ๆ แต่เพราะการตรวจสอบใช้เวลาหากตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติมไปถึงใคร ไม่เว้น ไม่เลือกปฏิบัติ ส่วนกรณีที่ชาวบ้านกังขาว่าเจ้าหน้ที่เลือกดำเนินคดีเฉพาะบางกลุ่ม ไม่เป็นความจริง ใครผิดเอาหมด ตนมาเองสั่งสืบสวนสอบสวนจนสิ้นกระแสความ และหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้ว นับจากวันนี้เป็นต้นไปให้เวลา30วัน ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งตรวจสอบการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเกาะสมุย และเกาะพะงันให้หมด ใครผิดก็ต้องดำเนินคดีและให้รายงานตามกำหนด
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกรุกล้ำทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เกาะพงันและเกาะสมุยพบว่า จากการให้ข้อมูลของประชาชน รวมทั้งผู้กระทำผิด มีการพาดพิงถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ทั้งในลักษณะละเลยและจงใจปล่อยให้มีการทำผิดกฎหมาย โดยมีการแลกเปลี่ยนเป็นที่ดิน หรือทรัพย์ ผลประโยชน์อื่นๆจึงสั่งการให้กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไปสืบสวนสอบสวนขยายผลและดำเนินตามกฎหมายแล้ว

ทั้งนี้ผลการตรวจสอบการรุกป่า ในเกาะพะงัน และเกาะสมุย ดังนี้ 1. อ.เกาะพะงัน จุดที่ 1 ภายในเขตอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ เกาะพะงัน เนื้อที่ 6-1-0 ไร่ พบมีการแผ้วถางวัชพืชไม้พื้นล่าง มีการสพรวจการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตพื้นที่อนุรักษ์ พบชื่อ น.ส.กรีญา ดวงจันทร์ เป็นผู้ครอบครอง เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.60 จุดที่ 2 พบมีการก่อสร้างอาคารบนก้อนหินใหญ่ เนื้อที่ 1-1-73 ไร่ เป็นของบริษัท เมาท์เทนร็อค จำกัด มีนางเกตุกาญจน์ เปโรน กรรมการ เป็นผู้นำตรวจและมอบเอกสารที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 1853 เลขที่ดิน 81 ต.เกาะพะงัน ตรวจสอบเนื้อที่ครอบครองได้ 1-1-21 ไร่
จุดที่ 3 พบมีการขุดตักทรายเพื่อใช้ในการก่อสร้างที่เลขที่ 230/73 หมู่ 5 ต.เกาะพะงัน เนื้อที่ 5-2-01 ไร่ มี นายเกรียงไกร ธันวิยานนท์ แสดงตัวเป็นเจ้าของผู้ครอบครอง เนื้อที่ 2-0-92 ไร่ ตรวจสอบเอกสารที่ดิน น.ส.3 ก. พบว่ามีชื่อ นายอนันต์ เดี่ยววานิช เป็นผู้ครอบครอง จุดที่ 4 พบมีการแผ้วถางวัชพืชและพบไม้แปรรูป เพื่อใช้สอยในพื้นที่เลขที่ 31 ต.เกาะพะงัน เนื้อที่ 6-1-7 ไร่ มีเอกสาร น.ส.3 ก.
จุดที่ 5 ตรวจพบมีการโค่นล้มต้นไม้และไถปรับพื้นที่ วางผังก่อสร้างอาคาร บริเวณบ้านศรีธนู หมู่8 ต.เกาะพะงัน ตรวจพบเบื้องต้นมีเอกสารโฉนดที่ดิน และ น.ส.3 ก. จุดที่ 6 พบมีการก่อสร้างถนนคอนกรีต โดยทำการปรับปรุงก่อสร้างบนเส้นทางถนนเดิม พื้นที่ถนนเป็นของชาวบ้าน ตรวจพบเบื้องต้น มีเอกสารโฉนดที่ดิน จพนวน 5 ฉบับ น.ส.3 ก. และ สค.1

จุดที่ 7 พบมีการก่อสร้างอาคารบ้านพักรุก จพนวน 18 หลัง เนื้อที่ 1-0-25 ไร่ ที่ริ้นบรีช รีสอร์ท ของนายประสบ ทวยเจริญ พื้นที่ทั้งหมดอยู่นอกเหนือจากรูปแปลง นส.3 ก. ได้ตรวจยึดแจ้งความดำเนินคดีตามคดีอาญาที่65/2561 จุดที่ 8 พบมีการก่อสร้างอาคารติดสะพานไม้ริมทะเลบนโขดหิน กว้าง 2 เมตร ยาว 270 เมตร มีร้านอาหารและบ้านพัก รวม 12 หลัง เนื้อที่ 2-1-98 ไร่ ที่ ไลท์เฮ้า รีสอร์ท ผู้ครอบครอง ชื่อ นายดุลย์เดช สุขสม สะพานและตัวอาคารอยู่นอกพื้นที่เอกสาร นส.3 ก. ได้ตรวจยึดแจ้งความดพเนินคดี ตามคดีอาญาที่ 66/2561
จุดที่ 9 พบมีการก่อสร้างอาคารบนก้อนหินใหญ่ ที่หมู่ 6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน เนื้อที่
0-2-35 ไร่ ที่เมล์โล่ เมาเทนบาร์บ้านหาดริ้น ขณะตรวจสอบไม่พบผู้ครอบครอง บริเวณดังกล่าวเคยมีการจับกุมคดียาเสพติด มีนางสาวดวงฤดี แซ่ลิ้ม เป็นเจ้าของ ได้ตรวจยึดแจ้งความดพเนินคดี ตามคดีอาญาที่ 64/2561 จุดที่ 10 พบมีการก่อสร้างอาคารบ้านพักในที่ลาดชัน สภาพป่าล้อมรอบ เป็นบ้านเช่าตากอากาศชื่อ TONG NAI
PAN ESTATE มีเอกสาร นส.3 ก.
จุดที่ 11 พบมีการก่อสร้างอาคารบ้านพักบนที่สูงตลอดถึงโขดหินริมทะเลและสะพานเทียบเรืออยู่นอกพื้นที่เอกสาร น.ส.3 ก. บ้านของนายปาน หมู่5 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน ที่ปานวิมาน รีสอร์ท เนื้อที่ 64-3-20 ไร่ เจ้าของชื่อ นายจักรรินทร์ จันทรวิสูตร มีเอกสาร นส.3 ก. เลขที่ดิน หมู่6 ต.บ้านใต้อ.เกาะพะงัน ซึ่งเจ้าของได้ยื่นแบบแจ้งการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 32/60 แล้ว
จุดที่ 12 ตรวจพบมีการก่อสร้างอาคารในพื้นที่ลาดชัน ที่บ้านโฉลกหล า หมู่7 ต.เกาะพะงัน ตรวจสอบเบื้องต้นมีเอกสาร น.ส.3 ก. จุดที่ 13 พบมีการโค่นล้มต้นไม้ ไถปรับพื้นที่และกพลังก่อสร้างอาคาร ที่บ้านโฉลก บ้านเก่า หมู่5 ต.เกาะพะงัน มีเอกสารโฉนดที่ดิน เนื้อที่ 6-3-39 ไร่ เลขที่ดิน 4 ต.เกาะพะงัน เจ้าของที่ดินและผู้ดพเนินการก่อสร้าง คือ นางสาวนิรมล สุขสม
จุดที่ 14 พบมีการแผ้วถางวัชพืชที่บ้านโฉลก บ้านเก่า หมู่5 ต.เกาะพะงัน ผู้ครอบครองเป็นชาวบ้านในพื้นที่ จุดที่ 15 พบมีการแผ้วถางวัชพืช ที่บ้านมะเดื่อหลาน หมู่3 ต.เกาะพะงัน ภายในเขตอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน เนื้อที่ 1-2-16 ไร่ เจ้าหน้าที่อุทยานได้ตรวจยึดดพเนินคดีแล้ว ไม่มีตัวผู้ต้องหา จุดที่ 16 พบมีการก่อสร้างอาคารบ้านพักบนที่สูงที่ บิ๊กชิล รีสอร์ท จพนวน 9 หลัง บ้านท้องศาลา หมู่1 เนื้อที่
4-1-8 ไร่ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ต.เกาะพะงัน เจ้าของชื่อ นายถวิล ด่านวิริยะกุล ไม่มีเอกสารที่ดิน มีแต่ ภบท.5 แจ้งครอบครองจพนวน 24-0-90 ไร่ ได้ตรวจยึดแจ้งความดำเนินคดี
จุดที่ 17 มีการขุดปรับพื้นที่จ านวน 6-1-3 ไร่ ที่บ้านมะเดื่อหลาน หมู่3 ต.เกาะพะงัน
โดย นายวิชัย คงมั่น ซึ่งดพเนินการอยู่ในพื้นที่ที่มีเอกสาร น.ส.3 ก. เลขที่ดิน 30 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน เนื้อที่ 15-0-23 ไร่ โดยได้มีการขออนุญาตก่อสร้างอาหาร ดัดแปลงอาคารหรือรื้อถอนอาคารจากเทศบาลตำบลเกาะพะงัน ฉบับเลขที่ 87/60 ลงวันที่ 20 ส.ค.60
จุดที่ 18 พบมีการปรับพื้นที่และกั้นรั้วลวดหนามแสดงการครอบครอง ในพื้นที่หมู่ 5 ต.เกาะพะงัน เนื้อที่ 7-1-66 ไร่ ไม่มีหลักฐานที่ดิน มีแต่ใบเสียภาษีภบท.5 มีการขายเปลี่ยนมือให้กับนายทุนต่างพื้นที่แล้ว จึงได้ตรวจยึดแจ้งความดำเนินคดี จุดที่ 19 พบมีการครอบครองแผ้วถางบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ของนางสาวนิรมล สุขสม แผ้วถางที่ดินที่มีโฉนด เนื้อที่ 14-2-91 ไร่ ไม่มีเอกสารที่ดิน มีแต่ใบเสียภาษี ภบท.5 จึงได้ตรวจยึดแจ้งความดำเนินคดี ตามคดีอาญาที่ 14/61ต่อเนื่องจากจุดที่ 13
สรุป มีการบันทึกการตรวจสอบแล้ว จำนวน 19 แปลง บันทึกตรวจยึด/บันทึกจับกุมแล้ว จำนวน 7 แปลง(คดี) ทราบตัวผู้กระทำความผิดแล้ว 6 คดี รวมเนื้อที่ที่ถูกบุกรุก 52-0-21 ไร่และอยู่ในระหว่างการตรวจสอบขยายผล จำนวน 12 แปลง
2. อ.เกาะสมุย อยู่ในพื้นที่ป่าไม้ถาวรป่าน้ำตกหินลาด จำนวน 1 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำตกหินลาด จำนวน 5 จุด และอยู่ในพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวน 42 จุด รวมทั้งสิ้น 48 จุด ต่อมา วันที่ 4 ก.พ. 2561 นายสมหมาย เมืองฉิม พนักงานพิทักษ์ป่า ส2 ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสภ.เกาะพะงัน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวน 4 คดี มีรายละเอียดดังนี้
1. จุดที่ 7 คดีอาญาที่ 65/2561 หาดริ้น รีสอร์ท ที่อยู่บ้านหาดริ้น หมู่6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน เนื้อที่ประมาณ 1-0-25 ไร่ นอก น.ส.3 ก. ผู้ต้องหา นายประสบ ทวยเจริญ 2. จุดที่ 8 คดีอาญาที่ 66/2561 มีการก่อสร้างสะพานรุกล้ำลำน้ำ กว้าง 2 เมตร ยาว 270 เมตร และอาคารรุกล้ำ บางส่วนจำนวน 12 หลัง ที่อยู่บ้านหาดริ้น หมู่ 6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน เนื้อที่ประมาณ 2-1-98 ตารางวา ( ผิดพ.ร.บ.เจ้าท่าฯ ) ผู้ต้องหา นายดุลเดช สุขสม
3. จุดที่ 9 คดีอาญาที่ 64/2560 พบเมล์โล่ เมาเทนบาร์ ก่อสร้างอาคารบนก้อนหินใหญ่ ที่อยู่ บ้านหาดริ้น หมู่ 6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน เนื้อที่ประมาณ 2 งาน 35 ตารางวา ผู้ต้องหายังไม่ปรากฏว่าเป็นผู้ใด มีนางสาวดวงฤดี แซ่ลิ้ม เคยเป็นผู้ครอบครองซึ่งถูกจับกุมคดียาเสพติด
4. จุดที่ 16 คดีอาญาที่ 67/2561 รีสอร์ทบิ๊กชิลพบสิ่งปลูกสร้างจำนวน 9 หลัง ที่อยู่ เขาหินนก หมู่ 4 เกาะพะงัน เนื้อที่ 4-1-8 ไร่ มีเอกสารภ.บ.ท.5 ผู้ต้องหา นายถวิล ด่านวิริยะกุล ฐานยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54,55 และ72 ตรี ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตร 9,108 ทวิ และสำหรับคดีอาญาที่ 67/2561 ยังเป็นการกระทำความผิด ฐาน ก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 118
และในวันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ได้ขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย เพื่อพบและยึด สิ่งของซึ่งมีไว้ ได้ใช้ หรือได้มาโดยผิดกฎหมายฯ และศาลได้อนุมัติหมายค้น จำนวน 4 หมาย ให้ค้นบริเวณ พื้นที่รอบโรงแรมหาดริ้น รีสอร์ท หมู่ 6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน พื้นที่โดยรอบบิ๊กชิล หมู่ 4 ต.เกาะพะงัน พื้นที่รอบโรงแรมไลท์เฮ้าท์และสะพาน หมู่ 6 ต.บ้านใต้อ.เกาะพะงัน และอาคารก่อสร้างจำนวน 2 หลัง ไม่มีเลขที่ หมู่ 6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน
ต่อมาวันนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ จำนวน 4 จุด พบว่ามีการกระทำความผิดจริง และในวันเดียวกัน เจ้าของหรือผู้ครอบครองพื้นที่ที่มีการบุกรุก ได้เข้าพบและมอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ดังนี้
1. นายประสบ ทวยเจริญ (กำนันเย) เจ้าของ/ผู้ครอบครองพื้นที่ หาดริ้น รีสอร์ท 2. นายดุลเดช สุขสม เจ้าของ/ผู้ครอบครองพื้นที่ก่อสร้างสะพานรุกล้ำลำน้ำ กว้าง 45 กม. ยาว 266.8 กม. และอาคารรุกล้ำบางส่วนจำนวน 42 หลัง บ้านหาดริ้น 3. นายถวิล ด่านวิริยะกุล เจ้าของ/ผู้ครอบครองพื้นที่ รีสอร์ทบิ๊กชิล รวม 3 คน พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน แจ้งข้อกล่าวหา ยึดถือครอบครอง ทพประโยชน์ หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น” ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้พ.ศ.2484 มาตรา 54,55 และ72 ตรี,ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตร 9,108 ทวิให้ทราบ และจะได้ทำการ สอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

