จากกรณีคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท ข้อพิพาทระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ และ นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังสี ที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ต่อมา ผบช.ภ.7 แถลงว่าตามพยานหลักฐานน่าจะเป็นของนายปรีชา และเตรียมแจ้งข้อหากับ ร.ต.ท.จรูญ ฐานยักยอกทรัพย์และรับของโจร อย่างไรก็ตามร.ต.ท.จรูญ ยังยืนยันว่าเป็นของตัวเอง จะสู้ในชั้นศาลถึงที่สุด พร้อมท้าทายนายปรีชาสาบาน กระทั่งล่าสุดพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7(บช.ภ.7) โอนสำนวนคดีมายังกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เพื่อความโปร่งใส และสามารถตอบคำถามของสังคมได้ นั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่บก.ป. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่6กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. ร.ต.ท.จรูญ พร้อมทนายความจะเดินทางมาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม โดยจะเข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.)จะเดินทางมารับฟังเรื่องราวด้วยตนเอง พร้อมทั้งเรียกประชุมคณะทำงานสืบสวนสอบสวน โดยนำหลักฐานที่ก่อนหน้านี้ทางบก.ป.ลงพื้นที่สืบสวนและสอบปากคำพยานแวดล้อม หลักฐานจากกล้องวงจรปิด ข้อมูลทางเทคนิคมาประกอบการพิจารณา
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ทางบก.ป.สรุปรายงานการสืบสวนพร้อมนำหลักฐานส่งมอบให้กับทาง บช.ภ.7 ไปประกอบการพิจารณา แต่ปรากฏว่าทางบช.ภ.7 ไม่ได้นำมาประกอบ จึงนำมาสู่การที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ สั่งการให้โอนคดีมาให้ทางบก.ป.สางคดีต่อไป

