เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ สภ.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8(ผบช.ภ.8 )พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(รองผบช.ทท.)พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 บช.ทท. ควบคุมตัว นายโอส ฟาลา อายุ 35 ปี สัญชาติอิสราเอล พร้อมแฟนสาว อายุ 32 ปี ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะที่กำลังพักอาศัยอยู่ภายในห้อง
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้นนายโอส และแฟนสาว ให้การว่าเข้ามาอยู่ในเมืองไทยเมื่อประมาณ7-8 ปี เป็นการอยู่ในเกาะสมุย ประมาณหนึ่งปีเศษ โดยทำธุรกิจร้านอาหาร โดยยอมรับว่ารู้จักกับผู้ต้องหาชาวอิสราเอล ทั้งสองคน ที่มาก่อเหตุขับรถ ไล่ชนและใช้อาวุธมีดแทง เข้าที่บริเวณหน้าอก ของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล แต่ปฏิเสธว่า ไม่รู้ว่าทั้งสองคนจะมาก่อเหตุ
จึงแจ้งข้อหา ฐานกระทำความผิดในการช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นผู้กระทำผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องรับโทษ หรือโดยช่วยด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม
“เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ตำรวจได้มาแต่เชื่อได้ว่าทั้งกลุ่มมีความรู้จักกันและเป็นผู้ชี้เป้ารวมถึงหาช่องทางหลบหนีให้แก่ผู้ต้องหา ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดจริง ก็ต้องโทษและผลักดันออกนอกประเทศ”พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

อีกรายควบคุมตัว นางนฤมล อุปลา และนางปรียาลักษณ์ รักวงศ์ สองช่างทำเล็บอ่าวละไม เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาสอบสวนหลัง มีการโพสต์ข้อความถึงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของทั้ง 2 ด้วยการเรียกค่าทำเล็บนักท่องเที่ยวชาวสวีเดน ซึ่งใช้บริการตัดเล็บและตัดหนัง จำนวน 4,000 บาท
เบื้องต้นทั้งสองยอมรับว่าเรียกค่าบริการในจำนวนดังกล่าวจริง และได้คืนให้กับนักท่องเที่ยวเป็นเงิน 2,000 บาทหลังมีการเจรจาต่อรอง ทั้งยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดด้านการสื่อสาร เพราะนักท่องเที่ยวเองก็ไม่ชำนาญด้านภาษา จึงมีความเข้าใจผิดกัน และยืนยันว่าไม่เคยคิดที่จะเอาเปรียบนักท่องเที่ยวมาก่อน
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าขณะนี้เทศบาลนครเกาะสมุย สั่งเพิกถอนใบอนุญาตหาบเร่ ขายของในที่สาธารณะ ซึ่งออกโดยเทศบาลนครเกาะสมุย เนื่องจากทำผิดระเบียบหลักเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้
ส่วนข้อหาทางอาญานั้น ยังไม่มีการแจ้งฐานความผิดแก่ทั้งสองคนในฐานฉ้อโกง หรือกรรโชกทรัพย์ เนื่องจากนักท่องเที่ยว ไม่ติดใจเอาความ จึงได้แต่แจ้งข้อกล่าวหาฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ อย่างไรก็ตามทางเทศบาลนครเกาะสมุยยืนยันว่าหากผู้ประกอบการทั้งสองคนทำผิดจริงจะไม่มีโอกาสได้ไปอนุญาตในการประกอบอาชีพนี้อีกเลยบนเกาะสมุย
“แม้ในกรณีนี้นักท่องเที่ยวจะไม่ติดใจแต่ก็ต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่าง และจากนี้จะให้มีการหารือร่วมกันเพื่อวางมาตรการไม่ให้สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก” รองผบช.ทท.กล่าว
นอกจากนี้ควบคุมตัวนายสมชาย ถลาง อายุ33 ปี ขณะนำตัวอิกัวนาออกมาเดินตระเวนถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวและบางครั้งสัตว์เลี้ยงก็ข่วนนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บขณะที่นักท่องเที่ยวบางคนไม่สนใจก็ยังพยายามตื้อให้ถ่ายรูปสร้างความรำคาญให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งยังเป็นการทรมานสัตว์ตำรวจจึงนำตัวมาเปรียบเทียบปรับทั้งยังพบว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกจับและเสียค่าปรับ


