จากกรณีเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 16.00 น.ที่ผ่านมา นายณัฐพล วัชรมณเฑียร บิดาของนักเรียนหญิงหรือน้องเนิร์ต อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง สังกัด กทม. ในย่านทุ่งครุ เดินทางมายังมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี เพื่อเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิฯ ขอความเป็นธรรมให้กับบุตรสาว เนื่องมาจากลูกสาวได้เรียนวิชาพลศึกษา แล้วมีนักเรียนชายในชั้นเล่นกัน ทำให้ครูสั่งให้ลูกสาวและนักเรียนทั้งห้องวิ่งรอบสนาม จำนวน 4 รอบท่ามกลางอากาศร้อนมีแดดแรง จนลูกสาวเป็นลมล้มลงกับพื้น เพื่อนช่วยนำส่งห้องพยาบาลของโรงเรียน และภายหลังได้เสียชีวิตลง ในวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ศพได้ส่งชันสูตรที่แผนกนิติเวช รพ.ศิริราช ซึ่งต้องรอผลชันสูตรอีก 45 วัน แต่ทางผู้ปกครองยังคาใจโรงเรียนไม่ยอมแจ้งผู้ปกครองและพาเด็กส่งโรงพยาบาล ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ สน.ทุ่งครุ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พานายณัฐพล วัชรมณเฑียร บิดาของน้องเนิร์ต อายุ 11 ปี เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พ.ต.อ สรุเวช การวัฒนาศิริกุล ผกก.สน.ทุ่งครุ เพื่อให้ความเป็นธรรมทางด้านคดี หลังเกิดเหตุยังไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบช่วยเหลือแต่อย่างใด โดยมีนายพิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมรับเรื่องด้วย
นางปวีณาเปิดเผยว่า ภายหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนมาโดยทางครอบครัวน้องเนิร์ตอยากทราบว่าสาเหตุที่น้องเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด เนื่องด้วยวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 11.00 น. คุณครูได้สั่งให้นักเรียนไปวิ่ง ทำให้น้องไม่สบาย จึงนำไปรักษาที่ห้องพยาบาลของโรงเรียนโดยมีอาสาพยาบาลดูแล จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ทางคุณครูได้โทรศัพท์ให้ครอบครัวไปรับตัวลูก และนำตัวเด็กไปโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยทางครอบครัวไม่สบายใจ ต้องการทราบข้อเท็จจริง ซึ่งทางมูลนิธิฯได้ประสานกับทาง พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตลอดจนทาง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. โดยต้องขอบคุณทาง ผบก.น.8 ท่านใส่ใจมากเร่งดำเนินการให้ทันที
“ซึ่งวันนี้เรามาประชุม ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาจับผิด แต่เรามาช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องสูญเสียขึ้น น้องอาจเติบโตไปเป็นบุคลากรที่สำคัญของชาติในอนาคตได้ แต่ต้องมาเกิดความสูญเสียขึ้นก่อน โดยหลังจากนี้เราต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง หาข้อบกพร่อง ช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น ซึ่งทาง บก.น.9 ได้ตั้งคณะชุดสืบสวนสอบสวน เพื่อคลี่คลายคดีดังกล่าว ส่วนทางกรุงเทพมหานครได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับทางโรงเรียนอีกด้วย” นางปวีณากล่าว

ด้าน พล.ต.ต.สัมฤทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้ทางตำรวจต้องรอผลชันสูตรจากทาง รพ.ศิริราช อย่างเป็นทางการ ทำให้ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ ซึ่งต้องขอเวลาให้ทางตำรวจทำงานก่อน ทั้งนี้ ทางตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สำหรับพยานหลักฐาน จะเน้นหนักในพยานบุคคล รวมทั้งผลของหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนจะใช้ดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักอีกครั้งตามขั้นตอน ทั้งนี้ ระหว่างรอผลชันสูตร ประมาณ 45 วันนี้ ทางคณะพนักงานสอบสวนต้องดำเนินการ ลงพื้นที่สอบปากคำพยาน ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ว่าวันเวลาที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร
ขณะที่ด้าน นายพิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้ กรุงเทพมหานคร ได้รับรายงานจากโรงเรียนต้นสังกัด ว่าทางครูได้สั่งให้นักเรียนวิ่ง 4 รอบ ไม่ใช่เป็นการลงโทษเด็ก เป็นขั้นตอนการออกกำลังกายในวิชาพลศึกษา โดยเด็กวิ่งได้เพียง 2 รอบเท่านั้นก่อนจะเกิดเรื่องราวดังกล่าวและข้อมูลทางการแพทย์จากโรงพยาบาลตากสิน ระบุว่า เบื้องต้นตรวจพบไวรัสอินฟลูเอนซ่า บี หรือไว้รัสไข้หวัดใหญ่ ในโพรงจมูกของน้องเนิร์ต อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่เด็กจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว อาจเกิดจากอาการแทรกซ้อน 2 กรณี คือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน และอาการชักเกร็งจากเยื่อหุ้มสมองอักเสบ รวมถึงอาการลมแดดร่วม ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ส่งผลให้เชื้อหวัดเข้าสู่กระแสเลือด เป็นเหตุให้เสียชีวิต ทั้งนี้ ต้องรอผลชันสูตรโดยละเอียดจากภาควิชานิติเวชศาสตร์ ศิริราชพยาบาล อีกครั้ง ซึ่งจะทราบผลภายใน 45 วัน นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับให้หาช่องทางเยียวยากับครอบครัวของผู้เสียชีวิต
ต่อมา เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน นางปวีณา พร้อมนายณัฐพล พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ และนายพิชญา เดินทางลงพื้นที่ภายในสนามกีฬาอเนกประสงค์ โรงเรียนวัดทุ่งครุ ถนนประชาอุทิศ แขวงและเขตทุ่งครุ กทม. เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ ว่าจุดเกิดเหตุเป็นอย่างไร โดยทางนายณัฐพลได้นำชุดทำงานชี้ยังจุดที่น้องเนิร์ตวิ่งจนล้มลง จากนั้นได้นำไปยังที่ห้องพยาบาลของโรงเรียนก่อนเจ้าตัวนำตัวลูกสาวไปส่งที่โรงพยาบาล
โดยนายณัฐพลกล่าวว่า ตนได้รับสายโทรศัพท์จากโรงเรียนว่าลูกไม่สบาย จึงรีบเดินทางไปรับ เมื่อตอนไปรับลูกสาวที่ห้องพยาบาลโรงเรียน มีอาการหายใจแรง ตัวสั่น พูดไม่ได้ ทำได้เพียงพยักหน้ากับส่ายหน้าเท่านั้น จึงตัดสินใจรีบส่งโรงพยาบาล ระหว่างทางรถติดหนัก จึงตัดสินใจขึ้นรถจักรยานยนต์ แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ไม่ทันจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา พร้อมยืนยันว่าลูกสาวแข็งแรงดี ไม่เคยมีโรคประจำตัว และทำกิจกรรมเป็นประจำอีกด้วย


