‘ร.ต.ท.จรูญ’ขอความเป็นธรรมลอตเตอรี่ 30 ล้าน ขอ ปอท.กู้’ไฟล์คลิป-แชตไลน์’ ด้าน’อัจฉริยะ’มอบคลิปเสียง โวหมัดน็อก

6.02.18 | 15:54 น.

จากกรณีคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท ข้อพิพาทระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังสี ที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ต่อมา ผบช.ภ.7 แถลงว่าตามพยานหลักฐานน่าจะเป็นของนายปรีชา และเตรียมแจ้งข้อหากับ ร.ต.ท.จรูญ ฐานยักยอกทรัพย์และรับของโจร อย่างไรก็ตาม ร.ต.ท.จรูญยังยืนยันว่าเป็นของตัวเอง จะสู้ในชั้นศาลถึงที่สุด พร้อมท้าทายนายปรีชาสาบาน กระทั่งล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7) โอนสำนวนคดีมายังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อความโปร่งใส และสามารถตอบคำถามของสังคมได้นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. โดยมี พล.ต.ต.เชาวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. เพื่อร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับคดีดังกล่าว หลังเชื่อว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร จากการทำคดีของ บช.ภ.7 ที่ทำคดีก่อนหน้านี้

ร.ต.ท.จรูญกล่าวว่า มั่นใจว่าทาง บก.ป.จะสามารถหาความเป็นธรรมให้กับตนได้ จึงยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในครั้งนี้เนื่องจากเกรงว่าตนจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากที่ผ่านเกิดความไม่มั่นใจกับชุดของ บช.ภ.7 หลายๆ อย่าง ทั้งจากที่แถลงข่าวมา จะแจ้งข้อกล่าวหาตนอย่างเดียว ตนมักถูกกล่าวหาเป็นคนผิดอยู่ตลอด ทำให้ไม่เชื่อใจกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งที่ผ่านมาตนไม่มีพยานมาให้การยืนยันว่าลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลเป็นของตน รวมถึงคนขายลอตเตอรี่ก็จำตนไม่ได้ เพราะไม่ใช่ลูกค้าประจำ ตนจะได้รับความเป็นธรรมได้อย่างไร ในเรื่องของทาง บก.ปอท. ได้กู้ไฟล์คลิปวิดีโอและแชตไลน์นั้น ตนไม่หนักใจ เนื่องจากสมัครใจให้ทาง ปอท.กู้ข้อมูล และตนเป็นคนเสนอด้วย ในส่วนของพยานทั้ง 3 ปากจะนำมาให้ทาง บก.ป.หรือไม่นั้น ตนให้ทนายเป็นคนจัดการทั้งหมด

ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า หมดเวลาของครูแล้ว หลักฐานที่ตนนำมามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ บก.ป.นั้นเป็นหลักฐานสำคัญ ที่สามารถน็อกขบวนการนี้ได้ มีทั้งคลิปเสียง ภาพ ไทม์ไลน์ลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญของเรื่อง และพยานปากสำคัญที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยคลิปที่ตนนำมานั้นเป็นคลิปเสียงของนายปรีชา มีปากเสียงกับแม่ค้าขายลอตเตอรีว่า “เธอไม่ได้เอามาให้ฉัน” ซึ่งทางแม่ค้าตอบกลับไปว่า “หนูเอาให้ครูไปแล้ว” เป็นคลิปที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่หวยออก นอกจากนั้นทาง ปอท.กำลังกู้ไฟล์กล้องวงจรปิด โดยในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีความชัดเจน และจะมีการเชิญนายปรีชากับแม่ค้า มาเข้าเครื่องจับเท็จอีกด้วย โดยตนมั่นใจหลักฐานที่นำมานั้นถูกต้องและเป็นธรรมทุกอย่าง

Advertisement

พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ บช.ก.ที่จะดำเนินการ พนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุอาจจะจับแผนประทุษกรรมไม่ได้ ตอนนี้เราเริ่มมองเห็นอะไรชัดพอสมควร จากการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน แต่ขอยังไม่ลงรายละเอียด โดยสรุปคือประเด็นเรื่องลอตเตอรี่ 1.เกิดจากผู้ขายลอตเตอรี่ 2.จากผู้ซื้อลอตเตอรี่ ซึ่งเข้าใจว่าเชื่อว่ามีบุคคลที่ 3 คือมีกลุ่มคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดี เชื่อว่าทั้งหมดของเรื่องที่เกิดขึ้นเรารวบรวมข้อมูลต่างๆ ไว้หมดแล้ว

พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวต่อว่า คดีนี้เราเริ่มต้นจากพยานหลักฐานทั้งสิ้น ไม่มีการใช้เพียงความเชื่อ ได้กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนาย จะใช้ความเชื่อมาผนวกกับข้อเท็จจริงไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะทำให้ข้อมูลการสืบสวนเพี้ยน เราต้องเริ่มต้นจากพยานหลักฐานที่มีเท่านั้น เมื่อถูก 1 ก็จะพาไปถูก 2 และ 3 เริ่มต้น 1 ถ้าไม่แน่ใจว่ามันถูก มันจะพาไปเลอะเทอะ นำไปสู่ความเสียหายในการสืบสวนสอบสวน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานถือว่าเลอะเทอะหรือไม่ พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า ไม่ได้กล่าวพาดพิงถึงใคร แต่สิ่งที่กล่าวถึงอาจเปรียบเทียบได้ เช่น สายการแพทย์ที่เป็นแพทย์เฉพาะทาง แต่แพทย์ทั่วไปตาม รพ.ก็ไม่ได้ผิดในการวินิจฉัย แต่เขามีข้อจำกัด เครื่องมือเขาน้อย เขาเจอคนไข้น้อย ตนเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง แพทย์ประจำ รพ.ต่างจังหวัด เขาเจอคนไข้น้อย แต่เครื่องไม้เครื่องมือไม่มี จริงๆ เจตนาเขาก็ต้องการช่วยเหลือคนไข้

ผบช.ก.กล่าวอีกว่า บางทีการวินิจฉัยโรคพลาดก็ทำให้แพทย์ถูกฟ้องได้ เราไม่ต้องการให้พยานหลักฐานเบื้องต้นมันปนเปื้อน จึงดำเนินการไปแล้วแต่ยังไม่ต้องการเปิดเผย เพราะสิ่งเหล่านั้นเมื่อถึงวันนี้ เราชี้แจงในบางส่วนก่อน ก็น่าจะเกิดความสำนึกและคิดได้ ตนพูดรวมๆ ไม่ได้หมายถึงกรณีที่เกิดกับใคร มันไม่ควรจะต้องมาสาบาน หรือต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล ให้มีคำพิพากษาตัดสินออกมา แต่กำลังจะบอกว่าทำไมสังคมไทยมันต้องถึงขั้นนี้ และไม่ใช่เพียงรายนี้ แต่ 5-6 รายแล้วทั่วประเทศ

พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวด้วยว่า ต่อไปนี้คดีหวยที่เกิดขึ้น บช.ก.จะลงไปทำ แล้วใครที่คิดจะทำไม่ดีจากเรื่องนี้ ตนจะจับกุมดำเนินคดีให้หมด ส่วนกรณีพยานในคดีที่มีถึง 40 กว่าปาก จะให้เวลาในการดำเนินการ แต่ถ้ายังมีใครที่ได้รู้ได้เห็นจากกรณีนี้ก็จะเชิญตัวมาให้ปากคำให้หมด การสืบสวนจะต้องมีคำว่าศิลปะการซักถาม ต่างจากการสอบสวนที่มานั่งพิมพ์ปากคำ แต่ไม่ได้ข้อเท็จจริง ที่ได้จากการซักถามให้ต่อเนื่อง

“ขั้นตอนหลังจากนี้ นักสืบฝีมือดีๆ ชั่วโมงบินมากๆ เรื่องนี้มันแตกตั้งแต่ต้นแล้ว ก็ไม่อยากจะกล่าวอะไรมาก แต่เรื่องนี้ยืนยันว่าเราดำเนินการตามพยานหลักฐานทุกอย่าง และจะทำให้เรื่องราวมันเล่าด้วยตัวเอง ด้วยพยานหลักฐาน จะไม่มีข้อคิดเห็น ความรู้สึกนึกคิดอะไรต่างๆ มาปนเปื้อนทั้งสิ้น แต่ขอเวลาทำงานอีกระยะหนึ่ง” พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าว

ผบช.ก.กล่าวถึงกรณีของนายอัจฉริยะให้ข้อมูลต่างๆ รวมทั้งคลิปเสียงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นว่า ตนไม่ทราบว่านายอัจฉริยะไปได้ข้อมูลดังกล่าวจากที่ไหน แต่พยานหลักฐานต่างๆ ต้องอ้างจากสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ สิ่งที่มันยังแกว่ง ไม่นิ่ง เราต้องไม่ไปยึดถือ เพราะจะทำให้เราแกว่งตาม วิทยาศาสตร์มันเชื่อถือได้ ถูกก็คือถูก เราจะยึดถือสิ่งที่ถูกต้องแล้วเดินตามไป และจะพาไปซ้ายหรือขวา ก็ต้องตามไป เพราะมันคือถูกต้อง ถ้าเริ่มต้นแล้วแกว่ง มันก็จะแกว่งไปหมด แล้วคนทำงานก็จะไม่รู้ตัวว่าแกว่ง ตนไม่ได้ตำหนิใคร อย่างที่กล่าวไว้แล้ว ตำรวจภูธรภาค 7 ก็อาจจะเหมือนแพทย์ประจำจังหวัดที่มีข้อจำกัด เครื่องมือเขาไม่มี แต่ทาง บช.ก.ก็ไม่เคยเจอคดีเช่นนี้มาก่อน แต่ทราบว่าเรื่องอย่างนี้มันเกิดขึ้นทั่วประเทศแล้ว เราจะรวบรวมมาทำที่ บช.ก.ทั้งหมด เค้าโครง ตัวละคร รูปแบบเห็นแผนประทุษกรรม ยืนยันว่าจะทำเรื่องนี้ให้จบและพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ความเป็นธรรมไม่ต้องร้องขอ

ผบช.ก.กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีจะมีบทลงโทษนั้น ใครทำผิดก็ต้องรับไป บ้านเมืองมีกฎหมาย ก็ต้องใช้กฎหมาย และยังมีเรื่องกฎแห่งกรรม ต้องรู้ตัวเองว่าทำอะไรลงไป ทำแล้วก็ต้องรับผิดชอบ ทำไม่ดีก็ต้องรับผิดไป เรื่องนี้ตำรวจเราทำงานกันหลายฝ่าย แต่ต้องไม่ใช้ความเชื่อมาผสมกับข้อเท็จจริง ให้เอาความเชื่อกองไว้ก่อน ห้ามเอามาใช้กับงานสืบสวนสอบสวนเด็ดขาด มันจะปนเปื้อน และยิ่งผู้ที่เป็นประชาชน พ่อค้า แม่ค้า เขาก็มีความเชื่อของเขา แต่เราก็ยึดข้อเท็จจริง

“เราต้องดูแผนประทุษกรรม แล้วตอบคำถามได้ว่าความเชื่อของเขานั้นถูกหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าหมวดจรูญ จะให้ข้อมูลหรือหลักฐานอะไรกับทางพนักงานสอบสวนบ้าง ต้องตรวจสอบและสอบปากคำกันต่อไป แต่ที่กล่าวมาคือหลักการในการรวบรวมหลักฐานต่างๆ ส่วนจะน่าเชื่อถือหรือไม่ขึ้นอยู่กับหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์ ที่เหลือก็รองๆ ลงไป หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ วัตถุพยาน พยานเอกสาร พยานบุคคล ก็ไล่เลียงลงไป สิ่งไหนจะเชื่อถือได้มากที่สุดก็ไล่ลงไป” ผบช.ก.กล่าว

ผบช.ก.กล่าวด้วยว่า กรณีที่ทางตำรวจภูธรภาค 7 แถลงข่าวกรณีที่เกิดขึ้นนั้น คงเป็นขั้นตอนการทำงานของตำรวจที่รับเรื่องไว้ตั้งแต่แรก ตนคิดว่าเขาคงมีวิธีการทำงานของตนเอง ไม่อยากจะตำหนิใครทั้งสิ้น และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องก็ไม่ได้มีเจตนาทุจริต แต่อย่างที่ตนกล่าวไว้ว่าอาจเป็นความเชื่อ แต่ถึงวันนี้ บช.ก.เราเจอมาสารพัดรูปแบบ ผู้ต้องหาให้การเท็จแทบจะเป็นเรื่องปกติ พยานให้การเท็จก็มี บางคดีผู้กล่าวหาให้การเท็จ ทั้งหมดเป็นเรื่องทักษะความชำนาญ เราต้องดูว่าคำให้การมันสอดคล้องกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือไม่ เราจะต้องรู้ว่าเราทำอะไรไปบ้างในแต่ละวัน

ผบช.ก. กล่าวอีกว่า ไม่ได้รู้สึกหวั่นใจอะไรว่าคดีนี้จะเหมือนกรณีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร แต่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ท้าทายความรู้ความสามารถของคณะทำงาน แต่ต้องให้เวลาในการทำงาน ส่วนจะลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรีหรือไม่ ยังไม่ขอเปิดเผย สำหรับพยานสำคัญในคดีตนอาจจะสอบปากคำด้วยตนเอง ต้องมีพยานสำคัญในคดีนี้อย่างแน่นอน แต่จะเป็นครูปรีชา หรือข้าราชการหรือไม่ ยังไม่ขอเปิดเผย และขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน แต่ยืนยันจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด