อธิบดีฯโต้กลับปมดราม่ารับรอง ‘แสงชัย’ เจ้าตัวลั่นไม่ให้ก็หยุดผลิตแคปซูลสมุนไพร

6.02.18 | 19:41 น.

อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยฯ ชี้กรณีไม่ออกใบรับรองนายแสงชัย เจ้าของสูตรตำรับบำบัดมะเร็ง เหตุขาดเอกสาร หลังเกิดดราม่าพื้นที่หวั่นไม่ได้รับแคปซูลสมุนไพร ด้านแพทย์แผนปัจจุบันเชื่อความตั้งใจดี แต่ต้องทำวิจัยให้ถูกต้อง

จากกรณีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ออกมาเปิดเผยว่ายังไม่สามารถรับรอง นายแสงชัย แหเลิศตระกูล เจ้าของสูตรตำรับสมุนไพรบำบัดมะเร็ง เป็น “หมอพื้นบ้าน” เนื่องจากยังขาดเอกสารการยอมรับจากพื้นที่ ส่งผลให้เกิดกระแสข่าวว่า นายแสงชัย อาจหยุดผลิตแคปซูลสมุนไพรบำบัดมะเร็ง ซึ่งมีประชาชนไปรอคิวรับจำนวนมากนั้น

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ทุกอย่างทำตามระเบียบหลักเกณฑ์ คาดว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือ เข้าใจผิดเรื่องการไม่พิจารณา เพราะเจ้าหน้าที่ก็ยืนยัน ว่า เรื่องนี้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการหมอพื้นบ้าน ว่า เข้าข่ายหมอพื้นบ้าน เหลือการแสดงหลักฐานที่ขาดเพื่อประกอบการพิจารณา

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ว่ากรมฯ ไม่ยอมออกใบรับรอง แต่ตามหลักเกณฑ์ ทางนายแสงชัย ยังขาดส่งเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งยังเหลือแค่เอกสาร 2 ฉบับ คือ คือ หนังสือรับรองจากประชาชนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 10 คน และหนังสือรับรองจากหน่วยงานสาธารณสุข อาทิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ซึ่งหากนายแสงชัย ส่งมาก็อยู่ระหว่างการพิจารณาตามกระบวนการ

 

Advertisement

นพ.เพชร อลิสานันท์ แพทย์ประจำหน่วยรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแผนกรังสีวิทยา รพ.จุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง เป็นคนตั้งใจดี คนที่เป็นจิตอาสาก็ตั้งใจดี ผู้ป่วยมะเร็งทุกคนต้องการความหวังแล้วหมอแสงก็มาตอบโจทย์นี้ สิ่งที่หมอแสงค้นพบในวงการแพทย์เรียกว่าเป็นการเจอสารสักตัวหนึ่งที่คิดว่าน่าจะใช้ได้ เมื่อเจอแบบนี้ก็จะต้องใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อมาพิสูจน์ แต่ประเด็นที่น่าห่วงคือ สังคมกำลังโฟกัสผิดจุดไปว่าสามารถรักษาได้แล้ว ทำไมแพทย์แผนปัจจุบันถึงห้าม ซึ่งจริงๆไม่มีใครห้าม แต่อยากให้ดำเนินไปตามครรลองที่ถูกต้อง คือ มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ก่อน โดยแบ่งคนไข้ออกเป็น 2 กลุ่ม 1.คนไข้ที่รักษาไม่หายที่หมอแสงชอบพูดบ่อยๆ ว่าเป็นคนไข้หมดหวังที่รพ.รักษาไม่หาย ตนเข้าใจว่าหมอทั้งประเทศไม่มีใครคัดค้านหากจะไปหาของที่เป็นความหวัง

“ที่น่าห่วงคือ กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้ป่วยที่สามารถรักษาให้หายได้ ก็อาจเสียโอกาสในการรับการรักษาหรือไม่ เพราะโรคมะเร็งยิ่งช้ายิ่งลุกลาม และที่หมอแสงบอกว่าให้กลุ่มคนไข้ที่รพ.ไม่เอาแล้ว แต่ก็ไม่เคยพิสูจน์ ไม่เคยคัดแยกคนไข้ ต้องการแค่ใบรับรองแพทย์ว่าคนไข้เป็นมะเร็ง อันนี้น่าห่วง เพราะที่พูดกับที่ทำไม่เหมือนกัน ในมุมกลับกันฝั่งแพทย์ที่จะทำวิจัยต้องเขียนให้ชัดเจนว่าหากเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ ผู้ทำวิจัย หรือสถาบันที่รับผิดชอบต้องรับผิดชอบ ซึ่งเป็นกฎข้อบังคับเลย” นพ.เพชร กล่าว

ด้าน นายแสงชัย  กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าจะเลิกผลิตแคปซูลสมุนไพรบำบัดมะเร็งแจกจ่ายผู้ป่วย ว่า   ที่บอกว่าจะเลิกผลิตแคปซูลสมุนไพรดังกล่าว  เนื่องจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ ให้ส่งหลักฐานเพิ่ม  ซึ่งเป็นความรำคาญ ยุ่งยาก ดังนั้น ในเดือนหน้าจะแจกแคปซูลอีกหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับกรมการแพทย์แผนไทยต้องไปถามเขา ที่ผ่านมามีผู้ป่วยมารับแคปซูลนี้ในระบบมากกว่า 23,000 คน หากนอกระบบประมาณ 30,000 – 40,000 คน ซึ่งในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ จะเริ่มผลิตล็อตใหม่สำหรับแจกในเดือนมีนาคม 2561 หากได้คำตอบไม่ชัดเจนก็หยุด

นายแสงชัย แหเลิศตระกูล