เมื่อวันที่ 7กุมภาพันธ์ ที่ศาลปกครองกลาง ถนนเเจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลปกครองกลางออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีที่กระทรวงการคลัง และกรมควบคุมมลพิษ ขอให้ศาลพิจารณาคดีจ่ายค่าชดใช้ความเสียหายในโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย คลองด่านใหม่ และเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่ให้กรมควบคุมมลพิษชดใช้ค่าเสียหายกว่า 9,000 ล้านบาท ให้กับ 6 บริษัทร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี มีบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง เป็นแกนนำ
โดยในการพิจารณาครั้งนี้ไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้ารับฟัง แต่มีรายงานว่าตุลาการผู้แถลงคดีได้แถลงความเห็นส่วนตัวที่ไม่มีผลผูกพันต่อการพิจารณาวินิจฉัยขององค์คณะ โดยมีความเห็นเสนอองค์คณะว่ามีหลักฐานใหม่ที่ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มีคำพิพากษาเมื่อปี 2558 ให้จำคุกนายปกิต กิระวานิช อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์พิบูรณ์ อดีตรองอธิบดี และนางยุวรี อินนา ผอ.กองจัดการคุณภาพน้ำ คนละ 20 ปี ฐานเป็นเจ้าหน้าที่มีหน้าที่จัดซื้อ จัดการรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 โดยร่วมกันเอื้อประโยชน์ให้ใช้ที่ดินของบริษัทคลองด่านมารีน แอนด์ฟิชเชอรี่ จำกัด บริษัทในเครือการก่อสร้างโครงการ และเอื้อประโยชน์ให้แก่กิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี ให้ได้รับคัดเลือกเข้าทำสัญญาโครงการกับกรมควบคุมมลพิษ รวมทั้งให้ผ่านคุณสมบัติในการประกวดราคา และเพิ่มวงเงินงบประมาณก่อสร้างโครงการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงควรที่องค์คณะจะพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่ให้กรมควบคุมมลพิษต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับ 6 บริษัทร่วมค้า
อย่างไรก็ตามหลังตุลาการผู้แถลงคดีแถลงความเห็นเสร็จสิ้นแล้ว องค์คณะนัดคู่กรณีฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 6 มีนาคม ทั้งนี้คดีดังกล่าวศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคำร้องที่กระทรวงการคลังและกรมควบคุมมลพิษขอให้พิจารณาคดีใหม่ ไว้พิจารณาวินิจฉัยเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา

