เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายประเสริฐ เหล่าโสภาพันธ์ น้องชายของนายกมล เหล่าโสภาพันธ์ บุคคลที่ถูกอุ้มหายไปจากสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551 เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด
โดยมีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้รับหนังสือ กรณีนายกมลถูกอุ้มหายหลังพบเห็นการทุจริตการเช่าที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทยย่านสถานีรถไฟบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เพื่อก่อสร้างอาคารพาณิชย์ จึงแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว แต่ผู้กำกับการสถานีตำรวจบ้านไผ่ในขณะนั้นกลับเกลี้ยกล่อมไม่ให้แจ้งความ และให้นายกมลหยุดการตรวจสอบทุจริต ทำให้นายกมลแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กำกับการในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก่อนถูกอุ้มหาย โดยคดีไม่มีความคืบหน้า
นายประเสริฐ เปิดเผยว่าครบ 10 ปีที่พี่ชายถูกอุ้ม อัยการสูงสุดได้มีหนังสือแจ้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอให้ตั้งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีของพี่ชายตนต่อไปแล้ว แต่ดีเอสไอยังไม่ดำเนินการ เป็นการขัดแย้งกับที่อัยการสูงสุดมีบัญชาไว้ จึงมายื่นย้ำเพื่อขอให้ได้รับความเป็นธรรม อัยการสูงสุดรวจสอบแล้วคดีมีมูล เชื่อว่ามีการดำเนินการบังคับอุ้มหาย ในฐานะที่ทั้งสองหน่วยงานเป็นหน่วยราชการต้องประสานความร่วมมือกันเพื่อความเป็นธรรมด้วย พี่ชายขทำงานช่วยเหลือสังคม เป็นจิตอาสาปกป้องผลประโยชน์ของทางราชการตามเจตนารมณ์ของ คสช. ที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ก่อนที่เขาจะหายไปได้ขอรับการคุ้มครองพยานแล้วแต่กลับถูกอุ้มหายก่อน ทั้งนี้ ยังมีผู้ได้รับผลกระทบอีกรายเช่นเดียวกับตนในพื้นที่เดียวกัน จึงเชื่อได้ว่ามีการกระทำกันเป็นขบวนการ

นายประเสริฐยังระบุด้วยว่า คดีนี้ดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษเมื่อปี 2552 ต่อมาเกิดเหตุคนร้ายงัดตู้สำนวนคดีภายในอาคารดีเอสไอ ชั้น 4 เมื่อเดือน สิงหาคม 2552 กระทั่งปี 2556 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอในขณะนั้น ได้สั่งงดการสอบสวน โดยไม่แจ้งเหตุผลให้ญาติทราบ มาทราบเอาปี 2557 เมื่อเปลี่ยนอธิบดีแล้ว และล่าสุดทราบว่าดีเอสไอดำเนินการจัดตั้งเพียงชุดพนักงานสืบสวนแสวงหาข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ตั้งพนักงานสอบสวนที่มีอำนาจหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานแจ้งข้อกล่าวหาได้ จึงขอให้อัยการสูงสุดเร่งรัดให้ดีเอสไอสืบสวนและสอบสวนคดีดังกล่าวให้แล้วเสร็จ เพื่อติดตามหาตัวพี่ชายของตนและนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี รวมทั้งขอให้มีการคุ้มครองพยาน คือตนเองและครอบครัว เนื่องจากรู้สึกกลัว หวาดระแวงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยจนไม่สามารถเข้าพื้นที่บ้านเกิดที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้
ด้านนายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อเดือน ตุลาคม ปี 2559 ผู้เสียหายเคยมายื่นร้องขอความเป็นธรรมแล้วครั้งหนึ่ง อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วพบว่าอาจมีเหตุจูงใจให้มีผู้กระทำความผิด จึงให้ส่งข้อมูลไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และส่งไปให้ดีเอสไอดำเนินการแล้ว แต่ผู้เสียหายบอกว่าทางดีเอสไอไม่ดำเนินการ หลังจากนี้ก็จะนำเรียนอัยการสูงสุดให้พิจารณาสั่งการต่อไป โดผู้เสียหายได้ยื่นร้องขอคุ้มครองพยานด้วย ทางเราก็จะประสานงานให้ต่อไป

