วันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายสัตวแพทย์(นสพ.)ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ เปิดเผยว่าตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น.ได้เกิด สังเวียนกลางแจ้ง โดยเกิดการต่อสู้ระหว่างช้างพลาย 2 ตัวที่บริเวณกิโลเมตรที่ 43 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ระหว่างช้างชื่อ พี่สะอาด กับช้างชื่อพี่ด้วน เป็นช้างงางามทั้งคู่
“ตั้งแต่เช้ามีเจ้าหน้าที่อุทยานเขาใหญ่มาแจ้งว่า อาจจะมีช้างชนกันกลางถนน เกรงว่าคนที่ผ่านไปผ่านมาจะเป็นอันตรายจึงได้ไปสังเกตการณ์ใกล้ๆพบว่า พ่อพลายทั้ง 2 กำลัง ฮึ่มๆ ใส่กัน แต่ยังไม่เข้าใกล้กันมาก จะส่งสายตาลองเชิงกันมากกว่า แต่เวลาผ่านไปถึงตอนสาย ทั้งคู่ก็วิ่งใส่กันเลย ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยที่ต่างฝ่ายต่างก็เอางาแทงใส่ฝ่ายตรงกันข้ามอย่างบ้าคลั่ง ตามสัญชาติญาณของสัตว์ป่าที่ต่อสู้กัน โดยในที่สุดแล้วช้างพี่สะอาดเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ถูกช้างพี่ด้วนใช้งาแทง จนช้างพี่สะอาดได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงขั้นงาแตกหลุดออกมา เลือดแดงฉานกระเซ็นลงบนถนน และหลักกิโล”นสพ.ภัทรพล กล่าว

พี่สะอาด
นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า หลังจากได้รับความพ่ายแพ้ ช้างพี่สะอาดก็ถอยหลังหนีเข้าป่าด้วยความเจ็บปวดโดยที่มีเลือดหยดไปตลอดทาง ซึ่งหลังจากนี้ช้างพี่สะอาดคงต้องรักษาตัวเองอีกราว 1 สัปดาห์อาการบาดเจ็บจึงจะทุเลา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บงาข้างที่ถูกพี่ด้วนแทงจนหลุดออกมาเก็บไว้ที่สำนักงานอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แล้ว โดยนำไปชั่งปรากฏว่าหนัก 9.9 กิโลกรัม
เมื่อถามว่า สาเหตุที่ช้างทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะอะไร นสพ.ภัทรพล กล่าวว่า สาเหตุที่ช้างต่อสู้กันนั้นมี 2 สาเหตุ คือ แย่งกันผสมพันธุ์ตัวเมีย หรือไม่ก็แย่งอาณาเขตกัน ซึ่งคาดว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งคู่ต่อสู้กัน แต่อาจจะสู้กันมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้น่าจะหนักที่สุด เมื่อถามอีกว่า ต้องไปรักษาช้างตัวที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ นสพ.ภัทรพล กล่าวว่า ช่วงนี้ถ้าไปรักษา ก็จะเท่ากับว่าคนจะกลายเป็นโปรโมเตอร์ให้ทั้งคู่กลับมาสู้กันใหม่เมื่อบาดแผลทุเลา ดังนั้นช่วงนี้จึงต้องปล่อยให้ช้างพี่สะอาดรักษาตัวเองไปก่อน หลังจากนั้นอีกประมาณ 2 สัปดาห์จึงค่อยเข้าไปฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก เพราะเมื่อแผลแห้งมันจะเอาดินสาดใส่แผล ซึ่งในดินอาจจะมีเชื้อบาดทะยักหรือเชื้ออื่นๆที่อาจจะทำให้ช้างตายได้

พี่ด้วน ผู้ชนะ
“สิ่งที่ผมกังวลไม่ใช่เรื่องอาการบาดเจ็บของช้าง แต่กังวลเรื่องสุขภาพมากกว่า เพราะงาเป็นอวัยวะที่แข็งแกร่งที่สุดของช้าง แต่กลับแตกหักได้ง่ายขนาดนี้ แม้ว่าการต่อสู้จะรุนแรงแค่ไหนก็ไม่น่าถึงขั้นงาหลุด แสดงว่าร่างกายค่อนข้างจะขาดแคลเซี่ยม เพราะไม่มีดินโป่งกิน นั่นหมายความว่าดินโป่งในแหล่งที่อาศัยของช้างมีน้อย หรือขาดแคลน ทำให้ช้างมีสุขภาพไม่ดีนัก จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องเพิ่มแหล่งดินโป่งให้ช้าง”นสพ.ภัทรพล กล่าว

