ผอ.วิจัยและพัฒนา ทบ. ร้องกองปราบสอบโครงการหน้ากากกันสารพิษ พบพิรุธ

9.02.18 | 13:14 น.

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสมบูรณ์ ผอ.สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหาร กองทัพบก พร้อมคณะ เข้าพบ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.เพื่อร้องทุกข์ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการพัฒนาหน้ากากป้องกันสารพิษ วงเงินงบประมาณ 3.8 ล้านบาท เบื้องต้นพบข้อพิรุธในการออกใบรับรองมาตรฐานงานวิจัยดังกล่าว โดยนำเอกสารและข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา

พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินโครงการนี้ทางกองทัพบกได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยในส่วนของนักวิจัยที่ร่วมโครงการมีน 5 คน เป็นนายทหารสังกัดกองทัพบก 2 นาย ซึ่งโครงการมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อวิจัยและพัฒนาในการออกแบบและผลิตหน้ากากป้องกันสารเคมี-ชีวภาพ ให้สามารถใช้งานได้จริง โดยผ่านมาตรฐานสากล 2.สร้างต้นแบบเครื่องกรองอากาศ และ 3.เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนารูปแบบเครื่องกรองอากาศที่รองรับเทคโนโลยีของหน้ากากในอนาคต

พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวต่อว่า โครงการเริ่มศึกษาวิจัยนับตั้งแต่ปี 2560 มีกำหนด1 ปีครึ่ง ที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ติดตามตรวจสอบการดำเนินการศึกษาวิจัยมาตลอด ซึ่งโครงการส่งเสริมการใช้ยางพาราของหน่วยงานภาครัฐ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 แล้ว โดยหากการวิจัยเสร็จสิ้น จะถึงขั้นตอนการผลิตหน้ากากด้วยวัตถุดิบที่เป็นยางพารา จำนวน 50,000 ชิ้น วงเงิน 150 ล้านบาท แต่ระหว่างที่มีการตรวจสอบกระบวนการวิจัยกลับปรากฏพบความไม่สมบูรณ์ของเอกสารซึ่งจะมีผลต่อการดำเนินการโครงการในขั้นตอนต่อไป

“ใบรับรองที่มีการอ้างอิงในงานวิจัยจะมีผลต่อคุณภาพและมาตรฐาน เพราะกองทัพต้องการผลงานที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยความผิดปกติของเอกสารที่พบนั้นมีหลายส่วน เช่น การได้รับการรับรองและยืนยันมานั้นถูกต้องหรือไม่ ตรงไหนที่ยังไม่ชัดเจนก็ต้องทำให้ชัดเจนเพราะมีผลต่อคุณภาพของงานวิจัย ตัวอย่าง เช่น สินค้าที่ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ก็ถือว่ามีการรับรองที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน คนที่นำไปใช้ก็จะได้รับความปลอดภัย” พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าว

ผอ.สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหาร กล่าวอีกว่า ใบรับรองมีความจำเป็นอยู่แล้วในงานวิจัย หน้าที่ในการตรวจสอบเป็นเรื่องที่เราดำเนินการและมีขั้นตอนที่ทำมาโดยตลอด ถ้าได้มาตรฐานจริงถูกต้องตามที่อ้างอิงก็นำไปสู่ขั้นตอนการผลิตได้ แต่ขณะนี้เมื่อพบความผิดปกติก็ต้องมีการตรวจสอบ ส่วนกลุ่มนักวิจัยที่ดำเนินโครงการทั้งหมดจะเกี่ยวข้องอย่างไรบ้างหรือเข้าข่ายกระทำการใดที่เป็นความผิดหรือไม่ คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน บก.ป.ในการตรวจสอบต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ธงชัย กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.เสวก บุญจันทร์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้อง โดยจะตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงต่างๆ ของโครงการดังกล่าวก่อน จึงจะสามารถพิจารณาได้ว่าเข้าข่ายเป็นความผิดอาญาข้อหาใดหรือไม่ อย่างไร ส่วนการพิจารณาเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำก็คงต้องดำเนินการหลังจากนี้

Advertisement