เมื่อเวลา 15.30น.วันที่ 9กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค5 (บช.ภ.5) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามหมณกุล รองผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต ปธ.บริหาร บมจ. อิตาเลียนไทยฯ และพวกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพยานหลักฐานทุกอย่างทางนิติวิทยาศาตร์ ทั้งปืน ดีเอ็นเอ ซากเสือ เนื้อ หนังที่พบ ตรวจสอบวิถีการยิง ในส่วนของเนื้อและหนังแม้ดูเบื้องต้นพบว่าเป็นเนื้อและหนังเสือ แต่ในส่วนการทำสำนวนคดี ต้องส่งพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าเป็นหนัง และเนื้อเสือจริงหรือไม่ ในส่วนข้อหาเกี่ยวกับการเข้าป่า ล่าสัตว์นั้น ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานมากเพียงพอที่จะเอาผิด ส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องได้ ในกรณีที่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครยิงสัตว์ แต่เจตนาที่นำอาวุธปืนเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ก็ถือว่ามีความผิดแล้ว ส่วนข้อหาใหม่ติดสินบนเจ้าพนักงาน มีการร้องทุกข์กล่าวโทษแก่ทั้ง4คนแล้ว แต่รายละเอียดที่ว่าใครเป็นใครในเรื่องการให้สินบน อยู่ในสำนวน ไม่ขอเปิดเผยเรื่องนี้คดีอยู่ที่ บก.ปปป.
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่มีข่าวระบุว่านายเปรมชัยอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองทวาย ประเทศพม่า รองผบ.ตร. กล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูล อย่างไรก็ตามสั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรายงานหากพบการเดินทางเข้าออกผ่านแดนของนายเปรมชัย อย่างไรก็ตามนายเปรมชัยได้รับการประกันตัวในชั้นศาลและการให้ประกันตัว ไม่ได้ระบุเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หากระหว่างนี้นายเปรมชัยจะเดินทางไปต่างประเทศก็เป็นสิทธิ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีเงื่อนไขหรือเหตุผลใดที่จะต้องยื่นศาลเพื่อถอนประกันโดยเหตุที่ว่าจะต้องเป็นในลักษณะการเข้าไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานทำลายหลักฐานหรือข่มขู่พยาน แต่ตอนนี้ยังไม่มีปัจจัยดังกล่าว คดีนี้ตำรวจดำเนินการตามกระบวนการตั้งแต่การสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหา ฝากขัง ตรวจค้นบ้าน สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องส่วนกระบวนการต่อไปอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ในส่วนของสำนวนต้องส่งให้อัยการและศาลต่อไป เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญทำคดีอย่างรัดกุมแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในวันครบกำหนดฝากขังครั้งที่1ที่นายเปรมชัยจะต้องมารายงานตัวต่อศาลซึ่งเป็นเวลา12วันนับแต่วันครบผัดฟ้องครั้งแรก จะพิจารณาเรียกนายเปรมชัยมาสอบปากคำเพิ่มเติมในวันเดียวกัน ในส่วนของคดีฐานบุกรุกป่าล่าสัตว์นั้นวันนี้พนักงานสอบสวนเชิญผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานมาสอบปากคำรวม 4นาย
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า ตนขอยืนยันอีกครั้งว่าข่าวที่เสนอไปว่าตนจะดำเนินคดีกับนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เกี่ยวกับการไม่เก็บค่าธรรมเนียมนั้นไม่เป็นความจริงสื่อมวลชนบางส่วนเสนอข่าวคลาดเคลื่อน กรณีนี้เป็นประเด็นของการอนุญาตให้เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การพิจารณาเป็นเรื่องภายในของกรมอุทยานฯที่ตำรวจไม่ก้าวล่วง หากกรมอุทยานฯพิจารณาจะดำเนินการอย่างไร หากเกี่ยวข้องกับตำรวจคงส่งเรื่องมาภายหลัง เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในตนไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้

