จากกรณีที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ พร้อมพวก 3 คน พร้อมซากสัตว์ป่าคุ้มครอง อาทิ ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง ซากเสือดำ ถูกชำแหละ ก่อนถลกหนัง อาวุธปืน และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.) น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ากรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก พร้อมเจ้าหน้าที่อีก3คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำ โดยน.ส กาญจนา ให้ข้อมูลในเรื่องการขออนุญาตอำนวยความสะดวกให้นายเปรมชัยพร้อมพวกเข้าไปในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
ต่อมาเวลา 19.00 น. พ.ต.อ.ทัศนภูมิ จารุปรัช รองผบก.ปทส. เปิดเผยว่า การเชิญนายวิเชียร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในวันนี้ เพื่อทราบว่านายเปรมชัยและพวก เข้าไปในพื้นที่ได้อย่างไร ส่วนการสอบปากคำน.ส.กาญจนา ให้การว่า เป็นเพียงผู้แนะนำขั้นตอนให้กับนายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ(ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม บมจ.อิตาเลียนไทย)ว่าจะสามารถขออนุญาตเข้าพื้นที่ได้อย่างไรบ้างเท่านั้น นอกจากนี้ขณะนี้พนักงานสอบสวนพยายามติดต่อนายนพดลเพื่อเรียกเข้ามาสอบปากคำ โดยยังไม่สามารถติดต่อได้ หากไม่มาพบต้องดำเนินการออกหมายเรียกต่อไป โดยจะต้องสอบว่านายเปรมชัยมีเจตนาล่าสัตว์ตั้งแต่แรก ไม่ใช่การไปเที่ยว เพราะมีคนใกล้ตัวทำงานในกรมอุทยานและรู้ข้อมูลว่าพื้นที่ไหนใกล้สัตว์ จึงให้นายนพดลติดต่อผ่านทาง น.ส.กาญจนา จากการตรวจสอบเบื้องต้นชัดเจนว่ามีเจตนาไปล่าสัตว์ เพราะมีการนำอาวุธปืน อุปกรณ์ล่าสัตว์ เกลือที่ใช้ในการคงสภาพสัตว์ นอกจากนี้อาจมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายเปรมชัย ภายหลังจากค้นบ้าน พบงาช้างที่มาจากแถบแอฟริกา เบื้องต้นไม่มีใบอนุญาตการขอขึ้นทะเบียน ทั้งนี้วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7(บช.ภ.7)จะสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรจุดตรวจรถในช่วงเวลาที่นายเปรมชัยและพวกเข้าพื้นที่ ว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

