นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 และ 9 รองนายกองค์การบริหารส่วน ต.พรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา ได้ลงพื้นที่เกาะไข่นอก เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานภายหลังจากมาตรการคุ้มครองชายหาด มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งจากการลงพื้นที่ไม่พบการฝ่าฝืนมาตรการดังกล่าวแต่อย่างใด การดำเนินงานเป็นไปได้ตามปกติ พร้อมกันนั้น ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้เพิ่มความเข้มงวดกวดขัน แนะนำนักท่องเที่ยวให้ปฎิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดมากยิ่งขึ้น และขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ร่วมมือกันประชาสัมพันธ์มาตรการดังกล่าว ให้แก่นักท่องเที่ยวรับทราบอย่างทั่วถึง เพื่อรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชายหาด ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย

นายจตุพร กล่าวว่า จากที่ได้มีประกาศห้ามสูบบุหรี่บริเวณชายหาด 24 แห่ง ใน 15 จังหวัด เพื่อความสะอาด และเกิดผลดีต่อสุขภาพของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่ จ.พังงา ที่กำหนดให้ชายหาดเกาะไข่ อ.เกาะยาว และชายหาดเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า เป็นชายหาด 2 ใน 24 แห่ง ที่กำหนดเขตห้ามสูบบุหรี่บริเวณชายหาด เบื้องต้นพบว่า ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายที่มีโทษในอัตราสูง ปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี อย่างไรก็ตามพบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่ทราบข้อกำหนดที่ห้ามสูบบุหรี่ อันเนื่องมาจากเป็นเรื่องใหม่ การประชาสัมพันธ์ยังไม่ทั่วถึง ชัดเจน ทั้งนี้ แต่ละพื้นที่ได้จัดพื้นที่ที่เหมาะสมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สูบบุหรี่ไว้อย่างเพียงพอ ส่วนในพื้นที่หาดเขาหลัก ซึ่งเกิดความลักลั่น เนื่องจากกำหนดพื้นที่คุ้มครองชายหาดเพียง 2 กิโลเมตร อาจจะขยายพื้นที่ครอบคลุมตลอดแนวชายหาดทั้งหมด 15 กิโลเมตร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการ จ.พังงา ที่จะประกาศเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
“มาตรการคุ้มครองชายหาด โดยการห้ามสูบบุหรี่ ทิ้งขยะมูลฝอย ปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล เป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พึงพอใจมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการไม่รบกวนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่ไม่สูบบุหรี่แล้ว ยังช่วยให้พื้นที่ชายหาดเกิดความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย”นายจตุพร กล่าว

