แฟ้มภาพ เสือดำ โครงการ Thailand tiger project
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระทิงและวัวแดง กล่าวว่า ทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ในป่ามาก่อนอยากจะบอกว่าอยู่ในป่านั้นไม่ได้สะดวกสบายเลย แม้ผู้ชายหลายๆคนยังทนไม่ค่อยจะได้ แต่ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ป่าไม้ผู้หญิงทั้งของกรมอุทยานแห่งชาติ และกรมป่าไม้ที่ทำงานอยู่ในป่า ต้องมีความแข็งแกร่ง และมีความอดทนสูงมาก แม้จะได้รับแรงกดดันมาจากรอบทิศทางก็ตาม เพื่อนร่วมงานของผม อย่าง วีระยา โอชะกุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และกาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ต่างก็ผ่านความทุกข์ยากและลำบากแสนสาหัสในป่ามาแล้ว ทั้งคู่ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคนอื่นๆต้องมีความต้านทานต่อความไม่ถูกต้องในตัวเองอยู่แล้ว เราต้องให้กำลังใจในการทำงานกับคนเหล่านี้ รวมทั้งช่วยสอดส่องว่ามีใคร กลุ่มไหนอีกบ้างที่มีพฤติกรรมการเข้าป่าล่าสัตว์ แล้วช่วยกันเอามาตีแผ่
นายธีรภัทร กล่าวถึงกรณีการเข้าไปล่าสัตว์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก ของประธานกรรมการบริหารบริษัทรับเหมาก่อสร้างอันดับหนึ่งของเมืองไทยว่า ถึงวันนี้ มองว่าสื่อมวลชนมีการเสนอข่าวไปหลายทิศทาง แต่ไม่ได้เน้นน้ำหนักไปที่ตัวคนทำผิด กลายเป็นว่าตัวคนทำผิดไม่ได้รับความสนใจจากสื่อ แต่กลับมีประเด็นดราม่าอย่างอื่นซึ่งไม่ใช่ประเด็นสำคัญเข้ามาแทน ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก หากเข้าใจในบริบทของสังคมไทยจะเห็นว่า การไปมุ่งประเด็นผิดไม่เกิดประโยชน์อะไรกับใครเลย
อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ เล่าถึงประสบการณ์ การเผชิญหน้าสัตว์ป่าเมื่อครั้งยังทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ว่า ระหว่างปี 2535-2540 ต้องเข้าไปตามรอย กระทิง และวัวแดง ในป่าห้วยขาแข้งทุกวัน เดินเท้าวันละหลายสิบกิโล เข้าออกป่าทุกวัน หนักสุดก็นอนค้างคืนในป่าเลย 2-3 คืน ป่าห้วยขาแข้งอุดมสมบูรณ์และเงียบสงบมาก บ่อยครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ใหญ่ที่เป็นอันตราย อย่างเสือดาว เสือดำ หรือแม้กระทั่งเสือโคร่ง

ธีรภัทร ประยูรสิทธิ์
“เสือโครงนี่ถือว่าเห็นบ่อยที่สุด เมื่อเทียบกับเสือดาว และเสือดำ บางวันเราตามรอยวัวแดงกันจนเย็นเหนื่อยมาก น้ำหมด ก็เดินไปหาน้ำกินริมห้วย พบเสือโคร่งนอนกระดิกหาง รอกินกวางอยู่ริมห้วย ห่างจากที่เรายืนอยู่ไม่เกิน 10 เมตร เราก็หมอบรออยู่เป็นชั่วโมงจนกว่ามันจะเดินไป ส่วนเสือดำนั้นเจออยู่ 3 ครั้ง ขณะที่กำลังเดินอยู่แล้วเจอมันวิ่งตัดหน้าไปอย่างว่องไว คงตกใจที่เห็นพวกเรา แต่เราไม่ตกใจที่เห็นเสือดำ ดีใจมากกว่า โอกาสจะเจอเสือดำในป่านั้นมีน้อยมาก เพราะนอกจากมันจะมีน้อยแล้ว สัตว์พวกนี้จะปราดเปรียว ว่องไว แต่ขี้ระแวง โอกาสน้อยมากที่เจอคนแล้วจะวิ่งเข้าทำร้าย วิ่งเข้ามาหา แต่จะหลบหลีกไม่ยอมให้คนเห็นเลย หรือบางทีเราเดินอยู่ในป่าจะไม่มีทางรู้เลยว่า เสือทั้งหลายมองเราอยู่ แต่จะไม่ปรากฏตัวให้เราเห็น”นายธีรภัทร กล่าว
อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ครั้งหนึ่ง ราวปี 2530 ตน พร้อมกับ หัวหน้าสืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และหัวหน้านพรัตน์ นาคสถิตย์ กรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียรเดินเท้าจากห้วยขาแข้ง เข้าไปป่าทุ่งใหญ่ตะวันตกใช้เวลาเดิน 5 วัน กับ 4 คืน เจอทั้งเสือโคร่งและเสือดำ ตอนเห็นก็มีความตื่นเต้น แต่ต้องมองด้วยความสงบนิ่ง รู้สึกถึงความโชคดีของตัวเองที่ได้เข้าถึงซึ่งสภาพของธรรมชาติในป่าจริงๆ ได้เรียนรู้ระหว่าง คน สัตว์ และป่า ซึ่ง ได้นำมาวางเป็นแนวทางการรักษาความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และพัฒนา ให้ควบคู่กันไป
นายธีรภัทร กล่าวว่า การทำงานการจัดการสัตว์ป่าในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในทางบวกมากขึ้น แต่ยังช้าถ้าเทียบกับที่เคยดำเนินการในอดีต หรืออาจยังไม่ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การปฏิรูปประเทศครั้งนี้จึงยกประเด็นการอนุรักษ์สัตว์ป่าขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน ที่วางไว้ เจ้าหน้าที่ทุกคนควรต้องมีการปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงนั้น อย่ายึดติดแนวทางเดิม โดยแผนปฏิรูปที่เสนอไว้แล้วมีหลายเรื่อง การจัดการบูรณาการเชิงพื้นที่ ทั้งการลดการทำลายป่าและล่าสัตว์ป่า โดยขยายผลระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพให้ครอบคลุมในป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ เมื่อ 5 ปีก่อนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จำนวนร่วม 200 นาย เคยเดินป่าปีละ 5,000 กิโลเมตร ปัจจุบันเดินครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นเป็น 12,000 กิโลเมตร ต้องทำให้เข้มข้นในพื้นที่อื่นๆด้วย การพัฒนาพื้นที่กันชนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านรอบป่าให้ดีขึ้นเพื่อให้เขามีรายได้เพิ่มไม่ต้องบุกรุกป่าหรือนำคนเข้าไปล่าสัตว์ป่า การจัดการพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่า เช่น สร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร เพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า เช่น คนกับช้างป่า คนกับลิง ฯลฯ สัตว์ป่าสำคัญต้องมีแผนปฎิบัติการคุ้มครองรายชนิด เป็นต้น แผนปฏิรูปประเทศนี้จะมีผลทางกฎหมายเมื่อประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาในเดือนมีนาคม 2561 และเริ่มใช้เป็นทางการหลังจากนั้น จะมีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศฯ คอยติดตามและประเมินผลเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้แผนปฏิรูปเดินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

