นส.กาญจนา นิตยะ(ซ้าย) นางใกล้รุ่ง พูนผล(ขวา)
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางใกล้รุ่ง พูลผล เจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งเป็นคนใกล้ชิด น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอทุยานแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ขอโพสต์แค่ครั้งเดียวนะ สำหรับเรื่องนี้ สมมตินะว่ามีประเทศ “กะลาแลนด์”อยู่ดินแดนอันไม่ไกล มีสถานทูตไทยตั้งอยู่ มีคนมาขอวีซ่าเข้าประเทศไทย เป็นคนที่ตรวจสอบสถานะได้ มีหลักแหล่งมั่นคง ข้อมูลส่วนบุคคลมี แจ้งวัตถุประสงค์การเข้าไทยเพื่อท่องเที่ยว จึงได้รับอนุญาต แล้วผู้ได้รับอนุญาตกลับมาก่อการร้ายเลวระยำตำบอนอันสะเทือนใจในประเทศไทย อย่างนี้ ต้องถามกันไหม ว่าใครเป็นคนอนุญาตให้มันเข้ามา ใครๆๆๆๆ ต้องลากมากระทืบให้สะใจ มันต้องรู้เห็นเป็นใจแน่ๆถึงให้เข้ามา
“เรื่อง ดร.กาญจนาก็เช่นกัน สิ่งที่สังคมไม่สนใจเพราะนำมาสร้างดรามาไม่ได้ ก็คือ 1. ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ามีอำนาจที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิจารณาอนุญาตให้เข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า / เขตห้ามล่าสัตว์ป่า 2. การอนุญาตไม่ได้หมายความว่า จะไปทำอะไรเลวๆที่ตรงไหนก็ได้โดยไม่มีความผิด เขามีบริเวณที่อนุญาตให้ไป มีบริเวณที่ห้าม มีกิจกรรมที่อนุญาตให้ทำได้ มีเรื่องที่ห้ามทำ เยอะแยะมากมาย 3. คนที่ขออนุญาตแสดงตัวชัดเจนว่าเป็นใคร จะไปกี่คน ใช้รถอะไร ไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด ไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง 4. การตรวจอาวุธตรงทางเข้า เจ้าหน้าที่ตรวจด้วยตา ถ้าซ่อนมิดชิด ก็ตรวจพบได้ยาก 5. การอนุญาต กับการกระทำของผู้รับอนุญาต มันคนละเรื่องกัน แต่สังคมเราตีความคำว่า “ฝาก” ไปในทางเดียวคือ ขอให้ทำในสิ่งที่ผิดได้ เช่น ให้ขนของผิดกฎหมายได้ อย่างที่รู้กันว่า ถ้าคนฝากเป็นบิ๊กเนมก็จะไม่มีการตรวจ grmv
“ดังนั้น จึงเชื่อมโยงประเด็นเพื่อความสะใจว่าผู้อนุญาตต้องรู้เห็นเป็นโจรแน่ๆ จึงลากมากระทืบแบบไม่ปรานีปราศัย ไม่ต้องถามความ มันต้องแบบนี้แน่ๆ กูคนดีดีดีดีดี มองยังไงตัวกูก็ดี ต้องตื้บมันให้สะจายยย อุตส่าห์ไปขุดคุ้ยข้อมูลมาสร้างความเชื่อมโยงกล่าวหา ให้ดูเลวร้ายมากๆ พอๆกับพวกก่อการร้ายข้ามชาติ ดูแล้วก็อนาจใจพอๆกับได้ยินข่าวเปรมชัยยิงเสือดำนั่นเลย คนดีทั้งหลายนั่นนะ จิตใจก็โหดเหี้ยมพอๆกับเปรมชัยนั่นแหละ เพียงแต่ไม่ชอบล่าสัตว์เท่านั้นเอง ขอบอกนะ กรณี เปรมชัยกับพี่ติ๊กสุดหล่อ เป็นอย่างเดียวกัน คือได้รับอนุญาต แล้วไปทำผิดเงื่อนไข
กรณีเนวิเกเตอร์ ได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำรายการ ซึ่งก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ก็เกิดเรื่องเมื่อพี่ติ๊กอยากถ่ายทำเรื่องภูคิ้ง ซึ่งเป็นบริเวณหวงห้าม ไม่อนุญาตให้ถ่ายทำ พี่ติ๊กเองก็รู้ว่าเค้าห้าม ก็ยังฝ่าฝืนไป เรื่องเปรมชัย ก็อย่างที่รู้
แต่คนเราก็เอามาเม้าท์แบบบ… กูสะใจอย่างนี้ จะเอาแบบนี้ ตอนนี้ถ้าใครมีเวลาก็ลองไปดูเรื่องเล่าเช้านี้ย้อนหลังวันที่ชูวิทย์ออกรายการดูนะ แล้วก็ลองคิดดูละกันว่า ถ้าเวลาผ่านไป ความจริงปรากฏ ดร.กาญจนาไม่ได้เกี่ยวข้อง จะมีใครขอโทษหรือเสียใจกับสิ่งทีทำไปในวันนี้…รับรองว่าไม่มี สื่อสังคมกลายเป็นเวทีให้คนกล่าวหากันอย่างเสรี และดูเหมือนจะได้รับความชอบธรรม ถ้ามีคนคิดเหมือนกันหลายๆคน อาจมีบางคนเห็นใจดร.กาญจนา แต่ก็ไม่กล้าแสดงออก กลัวโดนกระทืบไปด้วย สำหรับโพสต์นี้ ก็พูดกลางๆ ไปตามความรู้สึกนะ ประมาณบ่น ถือว่าใช้สิทธิในสังคม แฟนคลับดิช้าน คงรับฟัง
ทั้งนี้มีผู้เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ น.ส.กาญจนา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก อย่างไรก็ตามได้มีคอมเมนต์จากเพื่อนร่วมรุ่นของนายวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ ระบุว่า “ถ้าผอ.พูดแบบเพื่อนเชียร 65 ความผิดทั้งหลายให้มาที่ผม อย่าไปลงที่ลูกน้องผม ผมขอรับผิดคนเดียว แต่นี่ร้องไห้ทำไม วนกรเค้าไม่ออนแอแบบนี้นะ ออกมารับผิดแทนลูกน้องบ้าง วนศาสตร์เข้มแข็ง กล้าหาญ อดทน สามัคคี ผอ.มีสักข้อไหม ซึ่งมีเพื่อนร่วมรุ่นของนายวิเชียร และศิษย์เก่าวนศาสตร์เข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยให้ผู้คอมเมนต์ดังกล่าวใจเย็นและให้กำลังทุกฝ่าย

